้ท่านน้าหญิงสบายดีหรือไม่?”
ช่วงที่เหยาซีเพิ่งจะเข้าวังหลวง นางเคยได้ยินบิดาเอ่ยว่ามารดาของนางเป็นลูกพี่ลูกน้องกับมารดาฉินกุ้ยเฟย คำกล่าวแต่โบร่ำโบราณนั้นพูดได้ดีมาก ‘ลูกพี่ลูกน้องห่างไกลถึงสามพันลี้[3]’ตั้งแต่เหยาซีเข้าวังมาก็ไม่กล้าทำตัวสูงส่งเช่นเซียวซู อย่างไรเสียสายสัมพันธ์ฉันญาติมิตรซึ่งเกิดจากการแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างตระกูลก็เบาบางยิ่งนัก
ถึงขั้นไม่ควรตั้งความหวังว่าจะจำกันได้ด้วยซ้ำไป
เหยาซีคิดไม่ถึงเลยว่าวันแรกที่ได้พบหน้ากุ้ยเฟยซึ่งได้รับความโปรดปรานมากที่สุดในวังหลังเจ้าตัวกลับเป็นฝั่ายเดินมาหาตนและเริ่มสนทนาก่อน ดวงใจนางอุ่นวาบ รีบแสดงการคารวะ “ได้พบตอนออกจากวังหลวงเมื่อหลายวันก่อน ท่านแม่สุขภาพแข็งแรงดี ถือเป็นเกียรติที่กุ้ยเฟยทรงจดจำได้ ถวายพระพรกุ้ยเฟยเพคะ”
เมื่อเอ่ยถึงตรงนี้นางก็หยุดชะงัก
เนื่องจากเหยาซีช้อนดวงตาขึ้นมาเห็นพระสนมซึ่งยืนอยู่ด้านข้างฉินกุ้ยเฟย หลังจากใช้ความคิดเพียงเล็กน้อยใบหน้าก็เย็นชา ทว่าก็ยังแสดงการคารวะตามมารยาทอยู่ดี “คารวะเวินเจี๋ยอวี๋เจ้าค่ะ”
เมื่อเจียงเสวี่ยหนิงซึ่งกำลังคิดอยู่ว่าจะไปหลบเภทภัยตรงไหนดีได้ยินสามคำนี้ ก็ลากตัวฟางเมี่ยวที่อยู่ข้าง ๆ มาโดยไม่ต้องขบคิด “พวกเราไปชมสวนกันเถอะ”
ฟางเมี่ยวตะลึงงัน
เจียงเสวี่ยหนิงดึงมือนางแล้วเดินออกจากศาลาคั่นเสวี่ยโดยไม่หันกลับมามองสักแวบ
ฉินกุ้ยเฟยเพิ่งจะจับมือเหยาซี กวาดสายตากลับมาด้วยท่าทางคล้