“ท่านอย่าถือสาเลยนะขอรับ อิงเถาต้นนี้สมัยก่อนท่านโหวเป็นผู้ปลูกให้คุณชายเซียวด้วยตนเอง อายุยี่สิบกว่าปีได้แล้ว…”
ครั้นเอ่ยถึงตรงนี้เขาก็หยุดชะงัก สีหน้าไม่ค่อยปกติเท่าใดนัก
อาจเพราะเดาว่าเซี่ยเวยคงไม่รู้ว่าผู้ที่เขาเอ่ยถึงคือใคร เขาจึงพูดเสริมอีกครึ่งประโยค “ก็คือซื่อจื่อน้อยติ้งเฟย บุตรจากการแต่งเชื่อมสัมพันธ์ระหว่างตระกูลเซียวกับตระกูลเยี่ยนในสมัยนั้นน่ะขอรับ…”นิ้วมือที่อยู่ข้างกายเซี่ยเวยค่อย ๆ กำแน่นราวกับว่าการทำเช่นนี้ถึงจะระงับอะไรบางอย่างที่พลันพลุ่งพล่านภายในลงไปได้ จากนั้นเขาจึงกล่าวอย่างเนิบช้าว่า “อย่างนี้นี่เอง”
ระหว่างสนทนาก็เดินมาถึงหน้าเรือนชิ่งอวี๋
ชายหนุ่มกลุ่มหนึ่งกำลังรวมตัวกันที่นี่ พวกเขาเพิ่งชมเยี่ยนหลินกับชิงเฟิงประลองกระบี่เสร็จและกำลังปรบมือโห่ร้องชื่นชม ครั้นหันกลับมาเห็นเซี่ยเวยก็ต่างตกใจสะดุ้งเฮือก ทยอยหยุดการกระทำแล้วหมุนกายมาคารวะ“คารวะเซี่ยเซียนเซิง!”
เยี่ยนหลินทอดสายตามองเซี่ยเวย แววตาลุ่มลึก ไม่ได้เอ่ยวาจา
แม้เจียงเสวี่ยหนิงจะรู้ว่าเซี่ยเวยถือเป็นอาจารย์ของเยี่ยนหลิน ทั้งเขายังต้องมาตั้งนามรองให้เยี่ยนหลินอีกด้วย แต่ก็นึกไม่ถึงว่าจะพบเขาบริเวณส่วนลึกของจวนแห่งนี้ หลังจากนิ่งงันครู่หนึ่งก็แสดงการคารวะตามผู้อื่น
ด้วยเหตุนี้จึงช้าไปเล็กน้อย
เซี่ยเวยสังเกตเห็นแล้ว แต่ไม่ได้พูดอะไรเพียงเอ่ยว่า “ไม่ต้องมากพิธี”
เขากลอกตา มองเห็นกระบี่ยาวที่เยี่ยนหลินกำล