่ออีจับมือคนพามุ่งตรงไปถามเส้นทางแล้ววิ่งเข้าไปด้านในทันทีได้พวกนางกลับไม่กล้า
เมื่อส่งมอบเทียบเชิญหน้าประตูแล้ว ทุกคนถึงจะเข้าไป
เหยาซีก้มหน้าเดินตามหลังเซียวซูกับเฉินซูอี๋ใช้สายตาอันเย็นชาเป็นพิเศษมองสำรวจจวนหย่งอี้โหวอันยิ่งใหญ่แห่งนี้ ขณะกำลังเดินผ่านโถงทางเข้า กลับได้ยินเสียงแว่วมาจากทางด้านหลัง
มีคนส่งเทียบเชิญให้พ่อบ้านพร้อมกล่าวเบาๆ“จางเจอ”
ต่อให้เคยได้ยินที่ตำหนักฉือหนิงเพียงครั้งเดียว แต่น้ำเสียงเรียบเย็นจนเกือบจะไร้ความรู้สึกนั้นกลับเหมือนสลักอยู่ในหูเหยาซี ทำให้นางจดจำได้โดยพลัน
เขากำลังส่งเทียบเชิญรายงานตน
ฝีเท้าเหยาซีหยุดชะงักทันควัน นางหันศีรษะกลับไปมองในบัดดล…จางเจอเพิ่งจะก้าวขึ้นขั้นบันได ยามนี้กำลังยืนส่งเทียบเชิญอยู่นอกโถงทางเข้า
ดวงตาหลุบต่ำอย่างเงียบขรึมเย็นชา
วันนี้มิได้สวมชุดขุนนาง เพียงสวมชุดคอกลมสีครามเข้มทำจากผ้าเนื้อดี ไร้เครื่องประดับอันหรูหราและของประดับกายส่วนเกินใด ๆ เมื่อเขายืนร่วมกับแขกเหรื่อคนอื่นจึงดูเหมือนไม่ค่อยสะดุดตามากนัก ให้ความรู้สึกจืดจางที่คนรอบข้างยากจะสังเกตเห็น
แต่เหยาซีมองปราดเดียวก็เห็นเขาแล้ว
จางเจอกลับมิได้แยแสผู้ใด และยิ่งไม่ชายตามองมาทางเหยาซีแม้แต่น้อย เพียงเดินไปยังห้องโถงข้างซึ่งอยู่อีกทิศทางหนึ่งพร้อมขุนนางจากกรมอาญาไม่กี่คนที่มาด้วยกัน
เหยาซีพลันแค้นใจยิ่งนัก
นางยืนไม่ไหวติงตรงนั้นอยู่เนิ่นนาน จวบจนเห็นเงาร่างจางเจอหายลับไปท