างด้านหลังบานประตูฉลุลายถึงกำมือแน่น ฝืนสะกดกลั้นอารมณ์ซึ่งกำลังพลุ่งพล่านในอกลงไปเสีย ก่อนจะเดินหน้าต่อ
ทว่านางก็จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว แม้จะเดินไปข้างหน้าแต่กลับไม่ได้มองทางขณะนี้พวกเซียวซูนำไปนานแล้ว สิ่งที่ต้อนรับนางอยู่คือบุรุษชุดเฟยอวี๋ซึ่งเดินออกมาจากข้างใน การหมุนกายของเหยาซีครานี้เกือบจะชนคนผู้นี้เข้า!
“ว้าย!”
ด้วยความไม่ทันระวังนางจึงตกใจ พลันถอยหลังก้าวหนึ่งพร้อมอุทานเบา ๆ
เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าเป็นบุรุษรูปร่างสูงใหญ่กำยำ จึงขมวดคิ้วฉับ “เดินไม่รู้จักดูบ้างหรือไร?”
อาจกล่าวได้ว่าโจวอิ๋นจือเป็นหนึ่งในองครักษ์เสื้อแพรเพียงไม่กี่คนที่กล้ามาร่วมพิธีสวมกวานอีกทั้งตำแหน่งผู้คุมกองพันของเขาในราชสำนักก็ถือว่าไม่ต่ำต้อย
บทที่ 89 ต้นอิงเถา (2)คิดไม่ถึงว่าขณะกำลังเดินอยู่ กลับเกือบชนสตรีผู้นี้เข้า
นั่นน่ะช่างมันเถอะ แค่เรื่องเล็กน้อย สิ่งที่อยู่เหนือความคาดหมายคือคนเดินไม่ดูทางผู้นี้กลับบอกว่าเขาต่างหากที่ไม่ดูทาง
เขาเป็นคนที่ไม่แสดงอารมณ์ความรู้สึกทางสีหน้าอยู่แล้ว ดังนั้นใบหน้าจึงปราศจากความเปลี่ยนแปลง ซ้ำยังรู้ด้วยว่าผู้ที่ยังกล้ามาจวนหย่งอี้โหวในยามนี้ หากไม่ใช่เศรษฐีผู้มั่งคั่งก็ต้องเป็นคนสกุลชั้นสูง และต้องมีผู้หนุนหลังอยู่แน่นอนเขาจึงเพียงค้อมกายคารวะกล่าวว่า “มิได้เจตนาล่วงเกินคุณหนูแล้ว”เหยาซีเองก็ดูออกว่าเขาคือองครักษ์เสื้อแพร
ทว่าบิดานางเป็นถึงหนึ่งในเสนาบดีของหกกรม ม