หาบัณฑิตแห่งสำนักมหาบัณฑิต และอำมาตย์ขององค์รัชทายาท แล้วจะเห็นผู้คุมกองพันเล็ก ๆ อยู่ในสายตาได้อย่างไรกันเล่า
ครั้นเห็นอีกฝั่ายขออภัยจึงไม่ได้แสดงท่าทีอันใด
นางเป็นสตรี เมื่อชนบุรุษในสถานการณ์เช่นนี้ความคิดอ่านจึงระมัดระวังมากขึ้น ฉะนั้นจึงไม่กล่าวคำ เพียงสะบัดชายแขนเสื้อแล้วมุ่งตรงไปทางเซียวซูอย่างไม่แยแส
โจวอิ๋นจือเหลียวกลับไปมองนางคราหนึ่งถามสหายข้างกายว่า “ผู้นั้นคือคุณหนูตระกูลใด?”
สหายตอบว่า “อำมาตย์เหยาขอรับ”
เมื่อพูดจบก็พลันร้อง “หือ” แล้วยิ้มทะเล้น“หรือว่าท่านผู้คุมกองพันจะสนใจด้วย?”
โจวอิ๋นจือกระตุกมุมปากอย่างสบายอารมณ์เพียงตอบว่า “ก็ถามไปอย่างนั้นเอง”
แค่ว่าชั่วอึดใจที่สตรีผู้นี้หมุนกายกลับมา ในส่วนลึกของแววตานางมีความเคียดแค้นชิงชังและความอำมหิตซุกซ่อนอยู่ เขาจึงรู้สึกสงสัยใคร่รู้เล็กน้อยเท่านั้นเอง
ผู้ที่มีอารมณ์รุนแรงมากจนเกินไปต่างถูกหลอกใช้ได้โดยง่าย
นับประสาอะไรกับความแค้นอันจริงแท้และชัดเจนมากเช่นนี้
โจวอิ๋นจือไม่ไต่ถามให้มากความอีก หมุนกายแล้วเดินไปยังทิศทางของจางเจอ
*****
เซี่ยเวยถือว่ามาถึงไม่เร็วนัก
วันนี้เขาไม่ได้เข้าร่วมการฟังราชกิจเช้า อีกทั้งจวนของเขาก็ยังอยู่หลังติดกับจวนโหว เขาจึงไม่ต้องโดยสารรถม้าและไม่ต้องใช้ให้คนหามเกี้ยวมา เพียงเดินออกมาข้างนอกกับเจี้ยนซูไม่นานก็มาถึงหน้าประตูจวนหย่งอี้โหว
พ่อบ้านเห็นเขามาแต่ไกล พลันรีบค้อมกายเข้าไปต้อนรับ
เมื่อก่อน