ล้ว หากไร้ความจำเป็น ทั้งสองคนจะไม่สนทนากัน
ทว่าบัดนี้เจียงเสวี่ยฮุ่ยกลับเป็นฝั่ายเอ่ยปากถามด้วยตนเอง
ครั้นเจียงเสวี่ยหนิงตรึกตรองอย่างถ้วนถี่ก็รู้ว่านางกำลังกังวลเรื่องอะไร อย่างไรเสียของใช้ส่วนตัวเช่นนี้หากตกอยู่ในเงื้อมมือของคนในวังหลวงจนโยงไปถึงเรื่องชายหญิงอะไรขึ้นมา ครั้นไปอยู่ในสายตาของผู้ที่จ้องจะหาเรื่อง ก็เพียงพอจะสร้างให้เป็นเรื่องราวใหญ่โตได้แล้ว
นางไม่ตอบ แกะถุงหอมอีกครั้งและเปิดดูทันที
สิ่งที่บรรจุอยู่ภายในยังคงเป็นบุปผาแห้งและเครื่องหอม มิได้มีสิ่งใดเพิ่มมา
เพียงแต่ท่ามกลางกลิ่นของดอกตู้รั่ว[1]กลับมีกลิ่นหอมเย็นชื่นใจเพิ่มขึ้นมาอีกกลิ่นจาง ๆ …เจือจางยิ่งนัก แต่ก็ยังได้กลิ่นอยู่ดี
เจียงเสวี่ยหนิงหัวใจกระตุกวูบเล็กน้อย สิ่งที่ผุดในสมองคือวันนี้นางไม่ได้ไปเข้าร่วมงานเลี้ยงชมเหมยเลย เช้าวันนี้ตั้งแต่ออกมาจนถึงรับประทานอาหารเย็น สถานที่ที่นางเคยอยู่และเคยผ่านก็มีแค่ทางเดินภายในวังหลวงระหว่างเรือนหยางจื่อกับตำหนักเฟิงเฉินสองแห่งนี้ระหว่างนั้นไม่มีทางได้ไปข้องเกี่ยวกับดอกเหมยแน่ นับประสาอะไรกับหู่ถีเหมยที่เบ่งบานเป็นสายพันธุ์แรก…
นอกเสียจากเซียวซูจะใช้เครื่องหอมกลิ่นดอกเหมย
แต่จากสิ่งที่นางรู้มาเหมือนจะไม่ใช่น่ะสิ
เจียงเสวี่ยฮุ่ยแค่อยากถามช่วงเวลาที่ทำหล่นด้วยเกรงจะมีคนในวังนำถุงเครื่องหอมนี้ไปสร้างประเด็นเท่านั้น คิดไม่ถึงว่าเมื่อเจียงเสวี่ยหนิงแกะถุงเครื่องหอมแล้วดมไปเล็