ห้เจ้าหมดเลยเป็นอย่างไร”
โจวเปั่าอิงขบริมฝีปาก “อา นี่มันไม่ค่อยดีกระมังเจ้าคะ…”
ถึงจะพูดเช่นนี้ แต่กลับยื่นมือไปหากล่องอาหารของเจียงเสวี่ยหนิงพร้อมยึดจับแน่นโดยไม่รู้ตัวอย่างอดไม่ได้ ดวงตาทั้งสองข้างหยักโค้งดั่งจันทร์เสี้ยว เบิกบานใจเป็นที่สุด
คนที่ให้ของกินล้วนเป็นคนดี
ดังนั้นกับเจียงเสวี่ยหนิงแล้ว หากนางมีคำพูดดี ๆ ก็จะเทให้หมดหน้าตัก “ข้ารู้อยู่แล้วว่าพี่หญิงหนิงหน้าตางดงามจิตใจก็ดีงาม เอ็นดูข้าเอามาก ๆ ! ข้าน่ะเห็นถุงเครื่องหอมที่พี่หญิงเซียวเก็บกลับมาได้ถุงนั้นแล้วเช่นกัน เพียงแต่ตอนนั้นข้าอยู่ตรงระเบียงทางเดินและเห็นพี่หญิงเหยาซีกับพี่หญิงโหยวเย่ว์อยู่ตรงประตู พวกนางเก็บขึ้นมาก่อน ข้าคิดว่าพวกนางจะนำมาคืนท่านเลยไม่ได้เดินเข้าไป ต่อมาเมื่อเห็นพวกนางกลับมาแล้วทว่าไม่ได้พูดเรื่องคืนถุงเครื่องหอมให้ท่านข้ายังนึกสงสัยอยู่เลย โชคดีที่พี่หญิงเซียวนำออกมา จริง ๆ นะ หากข้าเก็บได้ก็คงดีสิ มิเช่นนั้นตอนนี้คงไม่ถือว่ากินของว่างของพี่หญิงเสียเปล่าแล้ว…”
คิ้วทั้งสองของโจวเปั่าอิงขมวดเป็นปม ท่าทางกลัดกลุ้มอยู่บ้าง
นางพูดจาเสียงเจื้อยแจ้ว ทว่ากลับไม่ได้ช้ามากนัก ประหนึ่งเทเมล็ดถั่วอย่างไรอย่างนั้น มีจังหวะจะโคนเป็นของตนเอง
คำพูดไหลพรั่งพรูจนเกือบฟังไม่ทัน
แต่กระนั้นเมื่อเจียงเสวี่ยหนิงรู้สึกตัวว่าอีกฝั่ายพูดสิ่งใดก็เงยศีรษะมองทันควัน ชะงักไปครู่หนึ่ง ตกตะลึงพรึงเพริด!
โจวเปั่าอิงกลับคล้ายไม