ชิงชังให้พี่สาวคนนี้
“เจ้าย่อมรู้อยู่แก่ใจว่าข้าไม่มีทางช่วยให้เจ้าได้ดี ในวังหลวงแห่งนี้มีแต่ภยันตรายทุกย่างก้าวมีคนบางคนเข้าใจผิดบางประการ กระทั่งนำลูกไม้ที่เดิมควรใช้กับเจ้ามาใช้กับข้าแทน ส่งผลให้ชีวิตน้อย ๆ ของข้าเกือบจะดับสูญ” เจียงเสวี่ยหนิงหยักยกริมฝีปากเยาะหยัน เมื่อหวนนึกถึงสีหน้าซึ่งเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันของเซียวซูวันนี้ก็รู้สึกสาแก่ใจนัก “มีบางคนที่วันนี้พอเห็นเจ้านำผ้าเช็ดหน้าลายปักผืนนี้มาก็หน้าเปลี่ยนสีข้าคิดว่าวันข้างหน้าชีวิตภายในวังหลวงของพี่หญิงคงไม่ได้ดั่งใจเป็นแน่ ส่วนข้าน่ะหรือ ย่อมยืนดูอยู่ด้านข้าง นั่งบนภูผาชมพยัคฆ์ต่อสู้กัน[1]อยู่แล้วน่ะสิ”
หากเปลี่ยนผู้ประสบเหตุเป็นคนอื่น อาจเดาไม่ออกว่าผู้ใดใส่ความตน
อย่างไรเสียก็ปราศจากเบาะแส
แต่เซียวซูกลับปะเหมาะเคราะห์ร้ายอย่างช่วยไม่ได้ เพราะผู้ที่นางประสบมิใช่เป็นแค่เจียงเสวี่ยหนิง แต่เป็นเจียงเสวี่ยหนิงที่กลับมาเกิดใหม่ต่างหาก ช่วงเวลานี้ย่อมยังไม่มีผู้ใดล่วงรู้ว่าเซียวซูหมายปองตำแหน่งฮองเฮาในอนาคต ทว่าชาติก่อนเจียงเสวี่ยหนิงสู้รบตบมือกับนางอย่างเอาเป็นเอาตายมาแล้ว จึงรู้ตั้งแต่แรกว่าภายใต้โฉมหน้าที่ดูเหมือนสูงส่งเหนือผู้ใด กลับซ่อนเร้นความทะเยอทะยานและความปรารถนาอันแรงกล้าเอาไว้
——————–
1. นั่งบนภูผาชมพยัคฆ์ต่อสู้กัน เป็นสำนวนหมายถึงปล่อยให้สองฝั่ายต่อสู้กันเองโดยรอจังหวะพลาดพลั้งเพื่อเก็บเกี่ยวผลประโยชน์บทที่ 82