้ย ทั้งยังช่วงชิงบุพเพสันนิวาสของอีกฝั่าย เจียงเสวี่ยฮุ่ยก็น่าจะรู้ด้วย!
แต่เจ้าตัวไม่เคยแสดงอาการอะไรเลย…
เจียงเสวี่ยหนิงยังนึกว่าอีกฝั่ายไม่รู้เรื่องเสียด้วยซ้ำ!
“มีอะไรหรือ?”เจียงเสวี่ยฮุ่ยนึกว่าการที่น้องหญิงรองผู้เห็นตนเป็นศัตรูคู่แค้นมาตลอดกระทำเรื่องในวันนี้คงเพราะรู้ต้นสายปลายเหตุทุกอย่างแล้ว แต่ไฉนครั้นตนตอบไปตามความสัตย์จริง น้องหญิงหนิงกลับเผยสีหน้าเช่นนี้ออกมาเล่า
นางไม่ค่อยเข้าใจนัก
“…”
เจียงเสวี่ยหนิงไม่ได้เอ่ยวาจาอยู่นาน
จากนั้นก็หลุบตามองพิณซึ่งวางอยู่เบื้องหน้าหมดอารมณ์จะฝึกแล้ว จึงพลันยื่นมือไปผลักพิณกล่าวอย่างเย็นชาว่า “ข้าเหนื่อยแล้ว สิ่งที่ควรพูดก็พูดไปพอสมควรแล้ว เชิญเจ้ากลับไปเถอะ”
เจียงเสวี่ยหนิงเป็นคนอารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆเอาแน่เอานอนไม่ได้มาแต่ไหนแต่ไร ที่นั่งสนทนากับเจียงเสวี่ยฮุ่ยด้วยความอดทนมาได้ครู่หนึ่งก็ถือว่าหาได้ยากแล้ว ยามนี้ต่อให้เอ่ยวาจาส่งแขกก็ไม่น่าแปลกใจอันใด
แม้เจียงเสวี่ยฮุ่ยจะรู้สึกว่านางมีถ้อยคำที่ยังไม่ได้เอ่ย แต่ตนก็ไม่สะดวกจะไต่ถาม
ด้วยเหตุนี้จึงลุกขึ้น บอกให้นางหลับพักผ่อนโดยเร็ว ก่อนจะผลักประตูแล้วเดินออกไป
ราตรีนี้เจียงเสวี่ยหนิงนอนไม่หลับอีกครา
*****
เมื่อมาเข้าเรียนที่ตำหนักเฟิงเฉินในเช้าวันต่อมา แถวที่สองก็มีที่นั่งเพิ่มขึ้นมาอีกตำแหน่งสำหรับเจียงเสวี่ยฮุ่ย พระสหายร่วมศึกษาซึ่งเดิมทีมีจำนวนแปดคนจึงกลายเป็นเก้าคนอย่างเป็นทางการ
เหล่าอ