ี้เหล่าพระสหายร่วมศึกษาทั้งหลายถึงเพิ่งเข้าใจ ที่แท้สาเหตุที่เสิ่นจื่ออีเรียกตัวพวกนางมาวันนี้ก็เพื่อสำแดงเดช!
ทั้งนี้ก็เพื่อเจียงเสวี่ยหนิงแต่เพียงผู้เดียว!
ต่างคนต่างมีความคิดภายในใจ แต่เมื่อได้ยินถ้อยคำตอกกลับก่อนหน้าของเสิ่นจื่ออี ก็ไม่มีใครกล้าแย้งหรือช่วยพูดจาแทนผู้อื่นอีก ตัวสั่นสะท้านกันหมดปราศจากข้อยกเว้น
เซียวซูกลับถือว่ายังสงบนิ่งนางละสายตาที่กำลังมองเจียงเสวี่ยหนิงขณะก้มศีรษะก็อดทวีความหวาดระแวงและไม่สบอารมณ์ขึ้นมาอีกหลายส่วนไม่ได้ เนื่องจากคำเตือนของเสิ่นจื่ออีย่อมรวมถึงนางด้วยอย่างไร้ข้อกังขา
เพียงแต่อย่างไรเสียสถานะของนางก็แตกต่างจากผู้อื่น
ในเมื่อมีเซียวไทเฮาอยู่ นางจึงไม่ต้องกริ่งเกรงถ้อยคำของเสิ่นจื่ออีมากนัก นอกจากนี้นางไม่ได้ถึงขั้นโง่งมเท่าคนอื่นที่เหลือด้วย
“ทูลองค์หญิง รับคนมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
เวลานี้เองหวงเหรินหลี่ก็เดินสะบัดแส้ขนหางจามรีในมือเข้ามาในตำหนัก ค้อมกายแสดงความเคารพเสิ่นจื่ออีพร้อมใบหน้าประดับรอยยิ้ม แล้วทูลรายงาน
ทุกคนอดมองเขาไม่ได้ ต่างบังเกิดความสงสัยเป็นอันมาก รับคนมาแล้วเช่นนั้นหรือ เป็นผู้ใดกัน?
เสิ่นจื่ออีมีสีหน้าผ่อนคลายทันที คล้ายดีใจตามเจียงเสวี่ยหนิงไปด้วย นางเดินมาถึงข้างกายเจียงเสวี่ยหนิงและกล่าวกับหวงเหรินหลี่ว่า“เรียกคนเข้ามามอบความประหลาดใจให้หนิงหนิงเถอะ!”
หวงเหรินหลี่จึงโบกมือ
เจียงเสวี่ยฮุ่ยซึ่งกำลังรอคอยอยู่เบื้องนอกค้อมกายก้าวเข