้ามาในตำหนักด้วยใบหน้าเคร่งขรึม สายตาไม่วอกแวก และไม่กล้ามองมากไปกว่านี้ มือที่กำผ้าเช็ดหน้าลายปักประสานอยู่ด้านหน้า ค้อมกายคารวะไปเบื้องหน้าด้วยลำตัวเหยียดตรง “หม่อมฉันเจียงเสวี่ยฮุ่ย คารวะองค์หญิงใหญ่ ขอองค์หญิงใหญ่ทรงพระเจริญเพคะ!”
คิดไม่ถึงว่าจะเป็นพี่สาวของเจียงเสวี่ยหนิง นี่คือเจียงเสวี่ยฮุ่ย คุณหนูใหญ่แห่งตระกูลเจียง!
ทุกคนพลันคาดไม่ถึงยิ่งนัก
เสิ่นจื่ออีโบกมือ “ลุกขึ้นเถิด นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปเจ้าคือหนึ่งในพระสหายร่วมศึกษาของเปินกงจู่ เจ้าเป็นพี่สาวของหนิงหนิง มีเจ้าอยู่เป็นเพื่อนหนิงหนิงจะได้ทำให้นางมีความสุขขึ้นบ้าง”
เมื่อคำกล่าวนี้หลุดออกมา ทุกคนล้วนเบิกตาโพลง ตระกูลเจียงเพียงตระกูลเดียวกลับมีพระสหายร่วมศึกษาถึงสองคน? มิหนำซ้ำเมื่อฟังจากความหมายขององค์หญิงใหญ่ นี่คือการเรียกตัวมาอยู่เป็นเพื่อนเจียงเสวี่ยหนิงโดยเฉพาะเลยทีเดียว!
พลันบังเกิดสีหน้าหลากหลายสารพัดอย่าง
เจียงเสวี่ยฮุ่ยต่างจากเจียงเสวี่ยหนิงซึ่งเพิ่งกลับเมืองหลวงเมื่ออายุได้สิบสี่ย่างสิบห้า นางเป็นคุณหนูผู้ได้รับการอบรมสั่งสอนจากตระกูลใหญ่ในเมืองหลวงของแท้ คำพูดและอากัปกิริยาอ่อนช้อยละมุนละไม กอปรด้วยความสุขุมเรียบร้อย ทั้งยังมีวงพักตร์แสนสง่า ต่างจากความงามฉูดฉาดจนน่าตื่นตะลึงของเจียงเสวี่ยหนิงโดยสิ้นเชิง
อย่างไรก็ตาม ไม่มีผู้ใดยินดีกับเรื่องนี้
เจียงเสวี่ยฮุ่ยกล่าวขอบพระทัยองค์หญิงใหญ่เล่อหยาง จากนั้นถึง