่นจื่ออีลดมือ จ้องตานางไม่ผละจากโดยแฝงความรู้สึกปวดใจเล็กน้อย “งาม แต่ก็งามเกินไปแล้ว ข้าอดคิดไม่ได้ว่า เจ้ามีนิสัยไม่แก่งแย่งชิงดีเช่นนี้ มิหนำซ้ำยามอยู่ในวังหลวงยังถูกคนวางแผนให้ร้าย หากวันหน้าไม่มีเยี่ยนหลินอีกต่อไป ควรให้ผู้ใดมาปกปั้องเจ้าดี”
เจียงเสวี่ยหนิงอับจนวาจา
เสิ่นจื่ออีตรึกตรองอย่างจริงจังพิกล ดวงตากลอกไปมาทีหนึ่ง ก่อนจะสว่างวาบ เอ่ยถามนางขึ้นมาว่า “เจ้ารู้สึกว่าเสด็จพี่ของข้าเป็นอย่างไร?”
เสิ่นเจี้ย?!เจียงเสวี่ยหนิงหนังตากระตุก พลันนึกถึงวงล้อแห่งโชคชะตาของตนเมื่อชาติก่อน ตอบโดยไม่ต้องคิดทันที “ขอบพระทัยพระเมตตาขององค์หญิงเพคะ หลินจืออ๋องสุภาพสง่างาม เสวี่ยหนิงต่ำต้อย ใคร่ขอใช้ชีวิตอย่างสงบสุขเท่านั้น อย่าทรงล้อเล่นเลยเพคะ”
เสิ่นจื่ออีขบคิดเท่าไรก็ไม่เข้าใจ “เสด็จพี่ของข้ามีอะไรไม่ดีอย่างนั้นหรือ?”
เจียงเสวี่ยหนิงคิดในใจ เสด็จพี่ของท่านดีทุกอย่าง แค่ไม่เหมาะกับข้าเท่านั้นเอง
เสิ่นจื่ออีนึกถึงเรื่องนี้ก็ตื่นเต้นยิ่งนัก ในตำหนักต่างเป็นคนของนาง ด้วยเหตุนี้จึงไม่กลัวว่าจะมีคนอื่นมาได้ยินเข้า นางนั่งยองตรงหน้าเจียงเสวี่ยหนิงแล้วกล่าวว่า “จริง ๆ นะ หนิงหนิงข้าได้ยินเสด็จแม่ตรัสกับเสด็จพี่ว่า อีกไม่นานจะทรงคัดเลือกพระชายาให้เสด็จพี่ของข้า ภายหน้าเสด็จพี่มีโอกาสสูงที่จะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพระอนุชารัชทายาท อนาคตจะพำนักอยู่ในวังหลวง หากเจ้าได้เป็นพระชายาของเสด็จพี่ข้าเช่นน