ี่ยมโหยวฟางอิ๋น
ดึกแล้ว ยังจะออกไปข้างนอกอีก
ทว่าผู้ที่อยู่ภายในจวนทั้งเบื้องบนจดเบื้องล่างต่างไม่มีผู้ใดกล้ากล่าวอันใด เหมือนชินแล้วอย่างไรอย่างนั้น
เจียงเสวี่ยฮุ่ยยืนมองแผ่นหลังของนางอยู่ที่เดิม กฎเกณฑ์สารพัดอย่างบนโลกนี้ที่คอยกดทับสตรีซึ่งอยู่แต่ในเรือนหลังประหนึ่งถูกเจียงเสวี่ยหนิงเหยียบย่ำไว้ใต้ฝั่าเท้า นางไม่แยแสความคิดของผู้อื่นโดยสิ้นเชิง ทำเอาเจียงเสวี่ยฮุ่ยรู้สึกชื่นชมขึ้นมาเล็กน้อย
แต่เพียงชั่วพริบตาก็เก็บความคิดนี้กลับไป
ชีวิตที่ผ่านมาของเจียงเสวี่ยหนิง ตนไม่เคยประสบกับตัว ดังนั้นจึงไม่มีนิสัยใจคอเช่นอีกฝั่ายเป็นธรรมดา หากพูดกันให้ถึงที่สุดแล้ว ต่างคนต่างมีชะตาชีวิตเป็นของตัวเอง
*****
ตกค่ำแล้ว โจวอิ๋นจือยังอยู่ในที่ว่าการ ไม่ได้กลับไป
ผู้ใต้บังคับบัญชาถามเขาว่า “ท่านผู้คุมกองพันยังไม่กลับหรือขอรับ?”
โจวอิ๋นจือตอบ “มีธุระ พวกเจ้ากลับกันก่อนเถอะ”
องครักษ์เสื้อแพรเหล่านั้นไม่กล้าซักไซ้ จับกลุ่มกันสามคนบ้างห้าคนบ้าง ถอดชุดขุนนางบนร่าง คล้องบ่าโอบหลังกันออกไปดื่มสุรา ทิ้งโจวอิ๋นจือเอาไว้เพียงผู้เดียว
เจียงเสวี่ยหนิงมาถึงตอนยามซวีพอดีภายนอกนางห่อหุ้มตนเองด้วยเสื้อคลุมกันลมสีนิลและสวมหมวกคลุมหน้าขนาดใหญ่ ภายในสวมชุดกระโปรงยาวสีเหลืองอ่อน สอดรับกับรูปร่างผอมเพรียวสะโอดสะอง ครั้นเดินมาถึงประตูที่ว่าการก็ถอดหมวก ดวงหน้าขาวพิสุทธิ์เผยออกมาให้เห็น รูปโฉมสะคราญตาดั่งภาพวาด
โจวอิ๋นจ