าใจเหตุผลดังที่คิดเอาไว้จริง ๆ
หลังดื่มน้ำชาเสร็จ เจียงเสวี่ยหนิงออกจากห้องพร้อมเจียงเสวี่ยฮุ่ย ขณะเดินอยู่ตรงระเบียงทางเดินด้วยกัน นางก็รั้งฝีเท้าและกล่าวขึ้นมาว่า“หากข้าเป็นเจ้า มีโอกาสดีอันยิ่งใหญ่เช่นนี้ทั้งทีก็ไม่ยอมพลาดเหมือนกัน อย่างไรเสียทั่วทั้งเมืองหลวงต่างรู้กันว่าหลินจืออ๋องทรงคบหาสนิทสนมกับเยี่ยนหลิน พิธีสวมกวานของเยี่ยนหลินพระองค์ย่อมเสด็จไปแน่นอน”
เจียงเสวี่ยฮุ่ยสีหน้าแปรเปลี่ยน คล้ายคิดไม่ถึงว่านางจะพูดจาเช่นนี้ออกมา เกร็งไปทั้งร่างอย่างห้ามไม่อยู่
ส่วนเจียงเสวี่ยหนิงกลับมีท่าทีปกติ
ครั้นหลุบตาเห็นผ้าเช็ดหน้าลายปักที่เจียงเสวี่ยฮุ่ยกำลังกำอยู่ ก็ดึงออกจากซอกนิ้วอีกฝั่ายเบา ๆ มาคลี่บนฝั่ามือตน เผยให้เห็นดอกกล้วยไม้ฮุ่ยหลานสีครามอ่อนก้านหนึ่งปักอยู่บนนั้น บริเวณหัวมุมยังปักดอกเจียงสีแดงเล็ก ๆ อีกดอกด้วย นางเลิกคิ้วเล็กน้อย มองเจียงเสวี่ยฮุ่ยพลางเอ่ยว่า “ข้าหวังว่าทางที่ดีที่สุด วันข้างหน้าเจ้าก็ควรเอาผ้าเช็ดหน้าลายปักผืนนี้เข้าวังไปด้วยนะ”
เจียงเสวี่ยหนิงคืนผ้าเช็ดหน้าลายปักใส่มือเจียงเสวี่ยฮุ่ย
เจียงเสวี่ยฮุ่ยมองคล้ายไม่เข้าใจว่านางกำลังพูดเรื่องอะไรอยู่ที่ผ่านมาเจียงเสวี่ยหนิงไม่ได้สนิทสนมกับอีกฝั่าย นางมีแผนการของตัวเอง ไม่ได้คิดอยากให้คนผู้นี้ฟังเข้าใจ และยิ่งไม่อยากจะอธิบายอะไรด้วย หลังจากคืนผ้าเช็ดหน้าลายปักให้แล้วก็หมุนกายเดินออกไปนอกจวน เนื่องจากยังต้องการไปเย