ือมองนาง ก่อนกดสายตาต่ำ “ตอนบ่ายทางจวนชิงหย่วนปั๋อส่งคนมาขอตัวคนคืนแล้ว เพียงแต่คนแซ่โจวจำได้ว่าคุณหนูรองบอกว่ามีวันหยุดสองวัน ดังนั้นจึงไม่รีบร้อน คิดว่าปล่อยวันพรุ่งนี้ก็ยังไม่สายขอรับ”
เขาเพิ่งเลื่อนขั้นเป็นผู้คุมกองพันได้ไม่นานแต่นี่เป็นครั้งแรกที่รู้สึกว่าที่แท้การกุมอำนาจอยู่ในมือมันดีแบบนี้เองช่วงบ่ายชิงหย่วนปั๋อมาด้วยตนเอง ทว่าพอเห็นเขาแล้วกลับไม่กล้าพูดอะไรมากนัก
เพียงส่งตั๋วเงินให้กล่องหนึ่ง จำนวนสามพันตำลึง
โจวอิ๋นจือเหลือบตามองอีกฝั่าย ย่นหัวคิ้วกล่าวว่า “ท่านปั๋อไม่ต้องทำเช่นนี้หรอกประเดี๋ยวพอที่ว่าการสอบคนเสร็จแล้วก็จะปล่อยตัว อย่างมากคงเจ็ดแปดวัน หากบุตรีท่านไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการก่อเรื่องทะเลาะวิวาทจริงย่อมไม่เป็นอะไรแน่นอน”
ชิงหย่วนปั๋อหนังตากระตุกตลอดเวลา
เขาล้วงหาตั๋วเงินห้าพันตำลึงใบหนึ่งออกมาจากแขนเสื้อซ้ายและวางลงไป
โจวอิ๋นจือย่นหัวคิ้วลึกกว่าเดิม “นี่เป็นเพียงเรื่องของผู้เยาว์เท่านั้นเอง องครักษ์เสื้อแพรทางนี้ก็รู้จักแยกแยะ ไม่ถึงขั้นนำไปโยงว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับกบฏนิกายสวรรค์ เชิญท่านปั๋อกลับไปเถิดขอรับ”
ชิงหย่วนปั๋อได้ยินแล้วก็ตกใจจนเกือบทรุด
คราวนี้ถึงกับขบกรามแน่น ประหนึ่งรู้สึกเจ็บปวดราวกับมีเนื้อหลุดจากกายก้อนหนึ่ง เขาล้วงหาตั๋วเงินห้าพันตำลึงจากแขนเสื้อขวาแล้ววางลงไปอีกครั้งยามเอ่ยปากก็แทบจะร่ำไห้อยู่แล้ว“นับตั้งแต่บุตรีผู้นั้นของข้าถือกำเนิดก็ไม่เค