จียง เจียงเสวี่ยหนิงก็ไต่ถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้
สาวใช้สองคนเช่นเหลียนเอ๋อร์และถังเอ๋อร์จะเสพสุขก็เสพสุขไป จะอยู่ว่าง ๆ ก็อยู่ว่าง ๆ ไปแต่เรื่องที่ควรรู้ก็สืบมาอย่างชัดแจ้ง ไม่ตกหล่นแม้แต่เรื่องเดียว
ครั้นเจียงเสวี่ยหนิงเอ่ยถาม พวกนางก็เล่าให้ฟังเป็นฉาก ๆ
เมื่อนางเข้าวัง ทุกคนภายในจวนต่างยินดีหน้าชื่นตาบาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งบรรดาบ่าวไพร่ที่เคยถูกนางบีบเค้นและกลั่นแกล้ง แต่ละคนดีอกดีใจราวกับฉลองวันตรุษ
เมิ่งซื่อก็มีช่วงเวลาที่รู้สึกสบายใจอย่างหาได้ยากด้วยเช่นกัน
ส่วนเจียงเสวี่ยฮุ่ยได้รับคำเชิญจากคุณหนูตระกูลสูงศักดิ์จำนวนหนึ่ง ร่วมฟังการบรรเลงพิณ ชมบุปผา และแต่งโคลงกลอนดังเดิมนอกจากเคยมีตระกูลผู้รากมากดีภายในเมืองหลวงมาถามไถ่เรื่องงานมงคลอยู่บ้าง กลับไม่ได้แตกต่างอะไรจากที่ผ่านมา
เพียงแต่ขณะที่เจียงเสวี่ยหนิงกำลังฟังและเลิกผ้าม่านมองออกไปเบื้องนอก กลับเห็นผู้คนที่สัญจรอยู่ตามท้องถนนต่างเดินอย่างรีบร้อน ใคร่จะเอาศีรษะซุกพื้นดินให้มันรู้แล้วรู้รอด คล้ายกลัวว่าจะไปกระทบกระทั่งกับผู้อื่น
ต้องรู้ว่าเมืองหลวงเป็นสถานที่อันพลุกพล่านไฉนจึงเงียบเหงาวังเวงถึงเพียงนี้จวนหย่งอี้โหวยิ่งใหญ่ ตั้งอยู่แถวประตูจูเชวี่ยมีศาลาหอสูงเรียงราย กำแพงสูงเชื่อมต่อกันเป็นชั้น ๆ ทอดยาวแผ่ขยายไปถึงครึ่งถนน รถม้าจวนตระกูลเจียงต้องผ่านปลายถนนเส้นนี้ยามกลับจวนด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ตามสิ่งที่เห็นขณะนี้กลั