ดทว่าภายในหาใช่ผู้ที่เข้ากับผู้อื่นได้ง่ายดายไม่ เขาไม่เอ่ยวาจา เหลือบมองผาดหนึ่ง สะบัดมือขว้างเตือนสตรีเล่มนี้ออกไปนอกตำหนักทันที
ตำราเล่มนั้นส่งเสียงดัง ‘พรึ่บ’ กระพือหน้ากระดาษขาวสะอาด จากนั้น ก็ร่วงลงบนขั้นบันไดด้านนอก
แต่ละคนตกใจจนสะดุ้งโหยง
เจียงเสวี่ยหนิงเองก็อดเหลือบตาขึ้นมองเซี่ยเวยไม่ได้
ใบหน้าขาวซีดเล็กน้อยของเซี่ยเวยไร้ความรู้สึก เพียงถือตำราที่ตนเองเรียบเรียงเดินขึ้นตำหนัก เมื่อยืนเรียบร้อยแล้วก็มองทุกคนก่อนชี้ออกไปนอกประตูตำหนัก “โยนทิ้งให้หมด”
เสิ่นจื่ออีตื่นเต้นยินดีอย่างยิ่ง โยนตำราเตือนสตรีบนโต๊ะตัวเองออกไปทันที
ทว่าคนอื่นมองหน้ากันไปมา ท่าทางหวาดกลัวไม่กล้ากระทำ
เฉินซูอี๋เคยโดนดีจากเซี่ยเวย ถึงแม้ยามนี้จะไม่พอใจ แต่ก็ไม่กล้าเอ่ยปากพูดเช่นกัน
เหยาหรงหรงกล่าวเสียงแผ่ว “เช่น เช่นนั้นด้านจางเซียนเซิง…”
เซี่ยเวยหลุบตา ไม่แยแสแม้แต่น้อย
ไม่ว่าใครล้วนดูออก เมื่อเทียบกับตอนสอนพิณในวันก่อน เขาอารมณ์เสียไม่น้อยเลย
ครั้นเห็นว่ามีคนโยนทิ้งเพียงไม่กี่คน เขาก็คร้านจะพูดอีก
เพียงวางม้วนตำราของตนขณะกล่าวเรียบ ๆว่า “เริ่มเรียนได้”
——————
เดิมทีวันนี้เซี่ยเวยวางแผนว่าจะสอน ‘คำกล่าวของอาจารย์’ โดยไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อเน้นย้ำหลักการสำคัญของการเคารพครูบาอาจารย์ เขาต้องการอธิบายให้ทุกคนเข้าใจความสำคัญของคำว่า ‘การศึกษา’ และหลักการของ ‘มรรคาแห่งการเป็นอาจารย์มิใช่การบังคับบัญชาคน’ มา