กกว่า แต่ครั้นเข้าตำหนักมาเห็นเตือนสตรีเล่มนั้นก็เข้าใจต้นสายปลายเหตุของเรื่องเมื่อวานทันที เกรงว่าหากหนิงรองได้ฟังการสอนบทนี้ต้องเข้าใจผิดคิดว่าเขาจะใช้มรรคาแห่งการเป็นอาจารย์มาข่มเหงผู้อื่นแน่ จึงพลิกข้ามบทนี้ไป หลังจากครุ่นคิดครู่หนึ่งก็เลือกบท‘ชีวประวัติเหลียนพอ[1]และลิ่นเซี่ยงหรู[2]ที่อยู่ในบันทึกประวัติศาสตร์[3]มาสอน
เริ่มสอนจาก ‘คืนหยกสมบูรณ์ให้จ้าว[4]’ ไปจนถึง ‘แบกไม้หนามไปรับโทษ[5]’
เนื่องจากเรื่องนี้เป็นตำนานเล่าขาน ไม่นานทุกคนก็จดจ่อราวกับกำลังฟังนิทานขณะเขาเล่าถึงตอนที่เหลียนพอเข้าใจลิ่นเซี่ยงหรูผิดก็เหลือบมองเจียงเสวี่ยหนิง กลับเห็นนางนั่งตรงหัวมุมด้วยท่าทางไม่รู้สึกรู้สา ถึงแม้จะไม่ได้ใจลอย แต่มองแล้วก็มิได้มีท่าทีตั้งอกตั้งใจเช่นกัน
เขาอดย่นหัวคิ้วอีกครั้งไม่ได้
แต่หากตำหนิยามนี้ก็ไม่ต่างจากราดน้ำมันลงกองเพลิง เซี่ยเวยสะกดกลั้นความคิด ไม่มองนางอีก
ครั้นเลิกเรียนในอีกหนึ่งชั่วยามต่อมา เซี่ยเวยก็เดินไปหานาง
ทว่ายังไม่ทันเอ่ยปาก เจียงเสวี่ยหนิงก็เห็นเขาเข้าเสียก่อน นางจึงค้อมกายคารวะอย่างเฉยชา “น้อมส่งเซี่ยเซียนเซิงเจ้าค่ะ”
“…”
คำพูดที่ยังไม่ทันหลุดจากปากของเซี่ยเวยถูกนางสกัดไว้ สุดท้ายก็ดูออกว่านางคับข้องใจและไม่เต็มใจจะคุยด้วย เขาจึงนึกได้ว่ากลางยามเฉินสองเค่อ ซุนซู่จากสถานศึกษาหลวงจะมาสอนวิชาคำนวณ ยามนี้จึงมิใช่โอกาสอันดีที่จะสนทนาด้วยจริง ๆ เซี่ยเวยได้แต่ยืนมองนางอย