สึกว่าตนช่างอดทนเก่งเสียจริง ต่อให้จ้าวเยี่ยนหงที่สอนคัมภีร์ลำนำและกวีผู้นั้นจะลำเอียง หวังจิ่วที่สอนอักขรวิธีจะดูแคลนที่นางอยากเขียนเฉ่าซูนางก็ยังไม่แตกหักจนรู้สึกไม่อยากเรียน เพียงลืมๆ เรื่องปลีกย่อยพวกนี้ไปเสียและฟังพวกเขาบรรยายแต่จางจ้งไม่เหมือนกัน
นางไม่อาจทนฟังคนผู้นี้ยืนกล่าววาจาเพ้อเจ้อเหลวไหล พูดเรื่องที่ทำให้คนอยากอาเจียนอยู่บนตำหนักต่อ
เดิมทีเจียงเสวี่ยหนิงนึกว่าเซี่ยเวยจะต่างจากคนทั่วไป
แม้นชาติก่อนคนผู้นี้จะกระทำเรื่องอันโหดเหี้ยมอย่างการก่อกบฏและฆ่าล้างสังหาร แต่ก็เป็นข้อพิสูจน์ได้พอดีว่าเขาไม่ใช่คนหัวโบราณคร่ำครึ สมควรเข้าใจเหตุผลที่นางไม่อยากเข้าเรียนวิชาของจางจ้งสิ
แต่นางเพิ่งจะบอกว่าไม่อยากเรียน เซี่ยเวยกลับเอ่ยว่านางดื้อรั้นไม่รู้จักสำนึกโดยไม่ยอมฟังต้นสายปลายเหตุด้วยซ้ำ
ตัดสินไปเองโดยไม่ยอมรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ต่างอะไรกับอาจารย์น่ารังเกียจพวกนั้นล่ะ
และถึงแม้การตายของนางในชาติก่อนจะเกี่ยวข้องกับการกบฏของคนผู้นี้ แต่นางก็ไม่เคยคิดว่าเซี่ยเวยเป็นคนถ่อยหรือคนตื้นเขินเลย ตรงข้าม หากมองจากอีกมุม นางยอมรับนับถือความรู้ความสามารถของคนผู้นี้ยิ่งนัก
อย่างไรก็ตาม วันนี้ความประทับใจที่มีทั้งหมดกลับถูกทำลายจนแหลกลาญ
เพียงเพราะการคาดเดาและการตัดสินไปเองของเขาหลังจากได้ยินว่านางไม่อยากไปเรียน
ภาพลักษณ์ของคนผู้นี้ในสายตานางพลันร่วงดิ่งลงเหว เข้าไปรวมกับพวกคนไร้ความสามาร