มากรอให้เวลาผ่านไปสักพักก็จะดีเองประเดี๋ยวยามไปถวายพระพรต้องกราบทูลเสด็จแม่สักคำ ช่างเถอะ ไม่ต้องคิดถึงเรื่องพวกนี้แล้วอาจารย์ที่มาสอนวันนี้ทำให้หงุดหงิดใจก็ไม่เป็นไรพรุ่งนี้เซี่ยเซียนเซิงจะมาเป็นคนสอนแล้ว จะสอนบทความที่เขาเรียบเรียงใหม่ให้พวกเรานั่นอย่างไรเล่า!”
“…”หากนางไม่พูดขึ้นมา เจียงเสวี่ยหนิงยังเกือบลืมไปแล้วว่ามีเรื่องนี้อยู่
ใช่แล้ว
เซี่ยเวยคนเดียวสอนสองวิชา ถึงแม้หลังจากนี้นางไม่ต้องไปเรียนพิณ แต่ในสามวันจะมีวิชาของเซี่ยเวยอยู่สองวัน เกรงว่าวันเวลาที่ต้องหงุดหงิดใจยังมีอีกมากมายนัก
——————–
1. ตะเภาเดียวกัน เป็นสำนวน หมายถึงเป็นคนประเภทเดียวกันบทที่ 62 มารสูงหนึ่งจั้ง (2)เพียงแต่ความขัดแย้งระหว่างนางกับเซี่ยเวยไม่จำเป็นต้องบอกให้เสิ่นจื่ออีฟัง
เจียงเสวี่ยหนิงยิ้มเรียบ ๆ “ใช่เพคะ เซี่ยเซียนเซิงต่างจากผู้อื่น พรุ่งนี้ก็มีความสุขแล้ว”
ไม่ว่าภายในใจจะมีอคติต่อเซี่ยเวยล้ำลึกเพียงใด ยามตื่นขึ้นมาในเช้าวันรุ่งขึ้นก็ยังต้องล้างหน้าล้างตา เก็บอารมณ์ความรู้สึกแล้วไปเข้าเรียนอยู่ดี
เจียงเสวี่ยหนิงคิดได้ตั้งแต่ตอนนอนเมื่อคืนแล้ว
หากเรื่องนี้ทำให้เซี่ยเวยโมโหจนไล่นางออกจากวังและไม่ต้องมาเรียนอีกนับจากนี้ นั่นย่อมเป็นข่าวดีอันแสนประเสริฐ พอนางกลับจวนจะได้ไปขอร้องบิดาที่ชอบประนีประนอมอย่างไร้หลักการผู้นั้นว่าตนอยากออกไปท่องโลกกว้างแต่หากเซี่ยเวยเพียงไม่ให้นางเรียนพิณเป็นการส่วนตัว นางก็