างเล่นหมากรุก
ส่วนเจียงเสวี่ยหนิงกลับนั่งประจำที่ มองตำราเล่มน้อยซึ่งวางตระหง่านตรงมุมโต๊ะ เมื่อวานนางผลักโต๊ะก่อนออกจากตำหนักเฟิงเฉินไปทีหนึ่ง ข้าวของบนโต๊ะจึงร่วงหล่น ไม่นึกว่าวันนี้พอมาถึงก็พบว่านางกำนัลและขันทีซึ่งคอยปรนนิบัติรับใช้ได้จัดเก็บเป็นอย่างดีแล้ว แม้แต่เตือนสตรีที่ร่วงไปก่อนหน้านี้ยังวางอยู่ตรงมุมโต๊ะอย่างเรียบร้อย
เสิ่นจื่ออีมาค่อนข้างสาย นางเบะปากหน้าตาละห้อย ครั้นเห็นเจียงเสวี่ยหนิงก็ร้องเรียกอย่างหมดอาลัยตายอยาก “หนิงหนิง”
เจียงเสวี่ยหนิงเห็นแล้วก็รู้ทันทีว่าเรื่องราวไม่สำเร็จ
นางยิ้มปลอบใจอีกฝั่าย “ก่อนหน้านี้ตรัสแล้วนี่เพคะว่าไทเฮาและฝั่าบาททรงยุ่งอยู่ ฉะนั้นได้ผลลัพธ์เช่นนี้ก็ถือว่าอยู่ในความคาดหมาย ให้ผ่านไปอีกสักหน่อยพระองค์ค่อยตรัสอีกทีก็ได้ ไม่แน่ว่าพวกฝั่าบาทอาจทรงยินยอม เหตุใดต้องหมดอาลัยตายอยากเช่นนี้ด้วยล่ะเพคะ?”
เสิ่นจื่ออีเอ่ย “จริงของเจ้า”
เมื่อวานไปฟั้องเรื่องเจ้าจางจ้งผู้นั้นไม่สำเร็จเดิมทีก็คาดไว้แล้ว วันหลังค่อยว่ากันใหม่ก็ได้ไม่ได้มีอะไรใหญ่โต นางจึงยิ้มแย้มอีกครา จูงมือเจียงเสวี่ยหนิงไปดูโจวเปั่าอิงเดินหมากกับฟางเมี่ยว
ฟางเมี่ยวนำหมากมาเล่นแก้เบื่อไปอย่างนั้นเอง ทั้งยังคิดว่ายามปกติโจวเปั่าอิงสมองไม่ค่อยดีไม่ค่อยรู้เรื่องราวอะไร อย่างมากก็แค่พูดจาใหญ่โตหยอกเย้าให้ทุกคนมีความสุขสนุกสนานทำให้ทีแรกไม่ได้ใส่ใจเรื่องการเล่นหมากรุกสักเท่าไร
แต่เรื่