องเหนือความคาดหมายก็คือ ครั้นนั่งอยู่หน้ากระดานหมาก โจวเปั่าอิงกลับคล้ายแปรเปลี่ยนเป็นคนละคน
แก้มซึ่งยามปกติพองตุ๊บปั่องราวกับกระรอกนั้นเหยียดเกร็ง ใบหน้าอ่อนเยาว์ไร้เดียงสาก็มีแต่ความขึงขัง บริเวณหัวคิ้วอันงามหมดจดทวีความเคร่งขรึมหลายส่วน ยามเดินหมากใช้เวลาเพียงชั่วพริบตา ไม่นานนักก็กินตัวหมากจนฟางเมี่ยวตะลึงงัน
นางไม่กล้าเชื่อเลยว่าชั่วประเดี๋ยวเดียวก็ถูกกิน ‘องครักษ์[1]’ ไปตัวหนึ่ง จึงโบกมือพัลวันถอนตัวหมากที่ตนเพิ่งวางกลับคืนมา “ไม่นับ ไม่นับ เมื่อครู่ไม่นับ! ข้ายังคิดไม่เสร็จเลย ข้าไม่ลงตรงนี้แล้ว ข้าจะเปลี่ยนเป็นตรงนี้!”
“วางหมากแล้วห้ามเปลี่ยนใจสิ!” โจวเปั่าอิงตกใจจนนิ่งงัน “ทำเช่นนี้ได้อย่างไรกัน?”ขณะเอ่ยคำพูดนี้ก็เบิกตาโพลง หัวฟัดหัวเหวี่ยงราวกับฟางเมี่ยวแย่งขนมแปั้งกรอบของนางไปอย่างไรอย่างนั้น
ภาพเหตุการณ์นี้ควรจะดูจริงจัง
ทว่าสิ่งที่อยู่บนใบหน้านางคือความอวบอูมไม่เพียงไม่ทำให้คนตกใจ แต่กลับน่ารักน่าชังเป็นอันมาก ทุกคนอดเปล่งเสียงหัวเราะพูดกระเซ้าไม่ได้ “พอยอดฝีมือในการเดินหมากมาเจอนักเดินหมากไม่ได้ความก็ยากจะจบเรื่องได้ง่าย ๆเสียแล้ว!”
ฟางเมี่ยวยังคงแก้ตัว บอกว่าโจวเปั่าอิงเดินหมากน่ากลัวถึงเพียงนี้ เห็นชัดว่ากำลังรังแกนางอยู่ จะเปลี่ยนใจก็ไม่เห็นเป็นอะไรเลย
ทุกคนหัวเราะจนตัวโยน
แม้แต่เจียงเสวี่ยหนิงซึ่งกำลังยืนดูการประชันอยู่วงนอกสุดก็ยังอดเผยรอยยิ้มออกมาหลายส่วนไม่ได้