่องบาดหมางกับเฉินซูอี๋เมื่อครู่ก็ยังไม่น่าสะอิดสะเอียดถึงเพียงนี้
แม้แต่เซียวซูซึ่งอยู่ด้านข้าง ครั้นเห็นตำราเล่มนี้ก็ยังอดสีหน้าแปรเปลี่ยนหน่อย ๆ ไม่ได้
คนอื่นต่างมองหน้ากันไปมา
มีเพียงเฉินซูอี๋ที่สุดท้ายก็คลายหัวคิ้ว กระทั่งว่ายังผงกศีรษะเนิบ ๆ คล้ายสนับสนุนการกระทำนี้ของจางจ้งเป็นอันมาก
จางจ้งเป็นผู้เคร่งครัดในกฎระเบียบแบบแผนยิ่งนัก เมื่อตัดสินใจไปแล้วย่อมไม่มีทางสนใจว่าบุคคลเบื้องล่างรวมทั้งองค์หญิงใหญ่จะมีสีหน้าเช่นไร อย่างไรเสียภายภาคหน้าองค์หญิงใหญ่ก็ต้องอภิเษกสมรสกับผู้อื่น ฟังเอาไว้ไม่มีอะไรเสียหาย
เขาพลิกหน้ากระดาษโดยไม่สนใจผู้ใด บอกให้ทุกคนเปิดดู ‘ถ่อมตน’ ซึ่งเป็นบทแรกของตำราเตือนสตรีก่อน
เขาเอ่ยว่า “สมัยโบราณ เมื่อทารกหญิงถือกำเนิดจนมีอายุได้หลายเดือนแล้วห้ามนอนบนเตียงอีก แต่ต้องให้นอนใต้เตียง มอบแกนปันด้ายและอิฐกระเบื้องให้เป็นของเล่น ทั้งยังต้องอดเนื้อกินเจเพื่อแจ้งข่าวให้บรรพชนทราบ นี่เพื่อแสดงว่าสตรีเกิดมาต้องถ่อมตน มีสถานะต่ำต้อย ส่วนแกนปันด้ายและอิฐกระเบื้องนั้นต้องการบ่งชี้ให้เข้าใจว่าพวกนางต้องพากเพียรทำงานหนัก เชื่อฟัง ทำไร่ไถนา ทำสิ่งทอ นอกจากนี้ยังต้องช่วยสามีตระเตรียมสุราอาหารเครื่องเซ่นสักการะเพราะฉะนั้นเมื่อเป็นสตรีก็ต้องทำงานหนักเคารพนบนอบ อดทนอดกลั้น ต้องรู้สึกกลัวเกรง…”
ทั้งตำหนักเงียบสงัด
เสิ่นจื่ออีก็มีสีหน้ายากจะบรรยายเช่นกัน
เจียงเสวี่ยหนิงนั่งอยู