้ซึ่งกฎเกณฑ์ก็ไม่อาจสมบูรณ์พร้อม เมื่อมารยาทพิธีและคีตดนตรีของราชวงศ์โจวพังทลายถึงได้เกิดสงครามยุคชุนชิว คราแรกพวกข้าซึ่งเป็นอาจารย์ผู้สอนต่างคุยกันว่าผู้ที่ตนต้องมาสอนคือองค์หญิงใหญ่และคุณหนูของตระกูลขุนนางใหญ่ เดิมกำหนดไว้ให้มีวิชาหนึ่งสอนเกี่ยวกับตำราเตือนสตรีเพียงแต่รองราชครูเซี่ยบอกว่าพระสหายร่วมศึกษาทุกคนมีความรู้และมีจรรยามารยาท สิ่งที่ควรจะร่ำเรียนก็ได้ร่ำเรียนไปนานแล้ว ไม่จำเป็นต้องทำเกินความจำเป็น ไม่สู้สอนพวกหลักคุณธรรมแห่งบ้านเมืองจะดีกว่า ดังนั้นถึงได้เปลี่ยนเป็นคัมภีร์ว่าด้วยเรื่องจริยะ อย่างไรก็ตามมีบางสิ่งที่ตาเฒ่าได้ฟังมาจากสภาฮั่นหลินในช่วงนี้ แม้ว่าตำหนักเฟิงเฉินจะเป็นสถานที่ใช้เพื่อเข้ามาศึกษาหาความรู้ ทว่ากลับมีผู้ไม่รู้จักแยกแยะสูงต่ำ แม้แต่หลักคุณธรรมที่ต้องใจกว้างและอ่อนโยนของสตรีก็ไม่อาจนำมาแสดงต่อหน้าผู้คนได้ รู้สึกว่าช่างเป็นเรื่องเหลวไหลและถือเป็นภาระหน้าที่อันใหญ่หลวงของตนยิ่งนัก วันนี้จึงขอเปลี่ยนเนื้อหาในบทเรียนโดยพลการ สอนเตือนสตรีแก่พระสหายร่วมศึกษาทุกคนก่อนครั้นสอนเตือนสตรีจบแล้วค่อยสอนคัมภีร์ว่าด้วยเรื่องจริยะแก่ทุกคนอย่างละเอียดอีกที”
ขันทีน้อยแจกจ่ายตำราที่โต๊ะของแต่ละคน
เจียงเสวี่ยหนิงก้มหน้ามอง บนหน้าปกเขียนตัวอักษรขนาดใหญ่ที่ดูเด่นสะดุดตาอย่างชัดเจน…
เตือนสตรี
ชั่วขณะหนึ่งก็บอกไม่ถูกเช่นกันว่าเพราะเหตุใดถึงรู้สึกสะอิดสะเอียนยิ่งนัก แม้แต่เรื