ถทำอะไรได้มากเช่นเดียวกันทั้งสองชาติ เพราะอย่างไรเสียชาติก่อนนางก็ไม่เคยเข้าเรียนมาตั้งแต่ต้น ทว่าก็ไม่เคยเห็นตาแก่ผู้นี้จะมีความสามารถมาตามจัดการนางได้เลยนี่นา
คิดพลางแค่นหัวเราะทีหนึ่งเพียงแต่ตอนนี้ยังไม่เลยยามเฉิน ฉะนั้นหากคิดจะเดินเล่นภายในวังหลวง เกรงว่ายามนี้ภายในวังคงกำลังเกิดคลื่นใต้น้ำเพราะคดีหยกหรูอี้อยู่ ขณะเดียวกันหากคิดจะกลับห้องไปนอนหลับ นางก็รู้สึกว่าการอยู่ตัวคนเดียวมันช่างน่าเบื่อหน่าย
เจียงเสวี่ยหนิงครุ่นคิด หมุนกายไปยังตำหนักข้างทันที
เมื่อวานเซี่ยเวยบอกนางว่าเมื่อเลิกเรียนยามบ่ายแล้วให้ไปเรียนพิณ อย่างไรเสียยามนี้นางก็อยู่ว่าง ๆ ไม่สู้ไปดูว่าเซี่ยเวยอยู่หรือไม่จะดีกว่าหากอยู่ก็จะได้เรียนส่วนของวันนี้ตั้งแต่เนิ่น ๆ จะได้ไม่ต้องไปรับการทรมานช่วงบ่ายอีกตำหนักข้างของตำหนักเฟิงเฉินอยู่ด้านข้างตำหนักหลักพอดี แค่เลี้ยวตรงหัวมุมก็ถึงแล้ว
นางมองผาดหนึ่ง เบื้องนอกกลับปลอดคน
ขันทีน้อยซึ่งเฝั้าด้านนอกคราวก่อนไม่อยู่ประตูสองบานนั้นเองก็ปิดสนิท ปราศจากเสียงแว่วออกมาจากด้านใน คิดว่ายามนี้เซี่ยเวยยังไม่มา ส่วนขันทีน้อยก็เหมือนจะปรนนิบัติรับใช้เขาโดยเฉพาะ ย่อมไม่อยู่เช่นกัน
เจียงเสวี่ยหนิงเบ้ปาก ถอนหายใจและเตรียมตัวเดินจากไป
ทว่าขณะกำลังยกเท้าก้าวลงบันได พลันบังเกิดเสียงร้องดัง “เมี้ยว” แว่วมาจากข้างกระถางดอกไม้ตรงระเบียงทางเดิน
ฝีเท้านางพลันหยุดชะงัก
เสียงนี้ฟังแล้วรู้สึกคุ้นห