่าง นึกว่าตนก็ประนี-ประนอมและระมัดระวังน้ำเสียงมากเพียงพอแล้วเสียอีก คิดไม่ถึงว่าจะได้ผลตรงกันข้ามขนาดนี้ นางขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางกล่าวอธิบาย “ศิษย์ไม่ได้หมายความเช่นนี้เจ้าค่ะ”
หวังจิ่วกล่าวด้วยสีหน้าเย็นชา “ไม่ได้หมายความเช่นนี้?”
เขาอดคิดจะสั่งสอนดรุณีน้อยผู้นี้ไม่ได้ อีกทั้งจะได้ฉวยโอกาสใช้นางเพื่อสร้างความน่ายำเกรงและบารมีให้กับตนผู้เป็นอาจารย์ด้วย
คิดไม่ถึงว่าเขาเพิ่งจะพูดจบ ภายนอกก็มีเสียงขันทีน้อยวิ่งเข้ามาอย่างรีบร้อน
บทที่ 58 เฉ่าซู (2)“ไทเฮาแห่งตำหนักฉือหนิงมีรับสั่งให้บ่าวมาแจ้งเซียนเซิงโดยเฉพาะขอรับ” ขันทีน้อยโค้งคารวะอยู่นอกประตูตำหนัก เมื่อมองแล้วหน้าผากยังมีเหงื่อขนาดเล็กจำนวนหนึ่งด้วย“หลายวันก่อนเกิดเรื่องในวังหลวง ไทเฮาและฮองเฮาทรงไต่สวนสำนักพระราชวังอยู่ ประมุขแห่งหกตำหนักทั้งบูรพาและประจิมต่างทรงถูกเรียกตัวไป ขณะนี้องค์หญิงใหญ่ประทับอยู่ที่นั่นทรงกำลังสนทนากับฝั่าบาท เดิมทีวันนี้ควรเสด็จมาเข้าเรียน ทว่าเรื่องเร่งด่วนทำให้ทรงปลีกตัวมาไม่ได้ จึงรับสั่งให้บ่าวมาขอขมาเซียนเซิง หวังว่าเซียนเซิงจะให้อภัยขอรับ”
“อา…”
ครั้นหวังจิ่วได้ยินคำว่าไทเฮา ฮองเฮา รวมถึงฝั่าบาท สีหน้าก็แปรเปลี่ยนครั้งแล้วครั้งเล่า
ไหนเลยจะยังแสดงกิริยายโสโอหังกับเจียงเสวี่ยหนิงเฉกเช่นก่อนหน้านี้ได้อีก
เขาประสานสองมือทำท่าคารวะกลางอากาศ“ขอฝั่าบาท ไทเฮา และฮองเฮาทรงพระเจริญ ในเมื่อองค์หญิงใหญ่ทรงมีธ