ุระไม่อาจปลีกพระองค์มาได้ ขาดเรียนไปก็ไม่เป็นไร วันหน้ากระหม่อมหาเวลาว่างมาถวายการสอนเสริมแก่องค์หญิงใหญ่เองก็ได้พ่ะย่ะค่ะ ขอเชิญกงกงช่วยกราบทูลฝั่าบาท ขอให้ฝั่าบาทวางพระทัยได้”
ขันทีน้อยรับคำ หลังจากคารวะแล้วก็ถอยจากไปอย่างรีบร้อน
ท่าทางคล้ายกระวนกระวายและอกสั่นขวัญแขวนอยู่บ้าง
เจียงเสวี่ยหนิงได้ยินคำว่า ‘ไต่สวนสำนักพระราชวัง’ ก็ใจเต้นแรงทันที นึกถึงคดีหยกหรูอี้ขึ้นมา เห็นสีหน้าของขันทีน้อยก็รู้แล้วว่าหลายวันนี้กลิ่นคาวโลหิตจะต้องคละคลุ้งในวังหลวงแน่
เช่นนั้นจวนหย่งอี้โหว…
แต่หวังจิ่วกลับไม่ได้สังเกตอะไรมากมายนักเมื่อครู่กำลังคิดจะสั่งสอนเจียงเสวี่ยหนิงอยู่ดีๆ ก็ถูกคนจากตำหนักฉือหนิงมารายงาน ไม่ว่าอย่างไรก็หาทางลงให้ตนเองไม่ได้อยู่บ้าง
เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ยิ่งรู้สึกอับอายและหงุดหงิด
ครั้นขันทีผู้นั้นจากไปและหวังจิ่วเห็นว่าเจียงเสวี่ยหนิงยังคงยืนอยู่ตรงหัวมุม เขาจึงไม่ไว้หน้าใด ๆ ทั้งสิ้น “ในแผ่นดินนี้มีห้องเรียนใดบ้างไร้ระเบียบเยี่ยงนี้ อาจารย์เอ่ยวาจา แต่ศิษย์กลับโต้เถียง? ต่อให้เป็นองค์ชายในทุกยุคทุกสมัยยังต้องเคารพอาจารย์ แม้ใต้เท้าเจียงจะเป็นสหายที่ร่วมทำงานกับคนแซ่หวัง แต่ขอบอกกล่าวเอาไว้ล่วงหน้า หากเจ้ายังกล้าโต้เถียงในห้องเรียนอีกข้าจะไม่เห็นแก่หน้าของสหายร่วมงานที่เป็นบิดาของเจ้าอีกแล้ว จงนั่งลงเสีย”เจียงเสวี่ยหนิงหรี่ตาเล็กน้อย ปิดบังคมดาบที่สาดพุ่งจากดวงตา
นางไม่แสดงอาการใ