ด เพียงเอ่ยว่า“ขอบพระคุณเซียนเซิงเจ้าค่ะ”
พูดจบก็นั่งลงอย่างว่านอนสอนง่าย
เมื่อมีนางเป็นตัวอย่าง ทุกคนล้วนดูออกว่าถึงแม้เปลือกนอกหวังจิ่วจะดูสง่างาม แต่ภายในหาใช่ผู้ที่เข้าหาได้ง่ายไม่ ยามร่ำเรียนจึงให้ความเคารพนบนอบและว่าง่ายเป็นพิเศษ
สิ่งที่เขาสอนคือการเขียนอักษรเพราะฉะนั้นคาบแรกของการเรียนจึงดูพื้นฐานการเขียนอักษรของทุกคนก่อน ขณะหวังจิ่วดูของศิษย์คนอื่นยังรู้สึกว่าไม่เลว เพียงแต่ครั้นเดินมาถึงเบื้องหน้าเจียงเสวี่ยหนิงและมองแวบเดียวก็ย่นหัวคิ้ว เอ่ยขึ้นมาว่า “เป็นสตรียามเขียนอักษรก็ควรเน้นความชดช้อยหรือไม่ก็อ่อนโยน วันหน้าให้เปลี่ยนเป็นเสียวข่าย[2]แบบจานฮวา[3]จะดีที่สุด ต่อให้ได้ไม่เท่าจ้าวเมิ่งฟู[4]หรือหวังซีจือ[5] เพียงฝึกให้ได้อย่างหลิ่วและเหยียน[6]ก็ยังถือว่าพอใช้ได้ ตัวอักษรแบบเฉ่าซูแข็งกร้าวไร้ระเบียบแบบแผน ดั่งสายน้ำเชี่ยวกราก เหมาะสมกับบุรุษมากกว่า สตรีฝึกเฉ่าซูออกจะดูเป็นคนอุกอาจไร้ระเบียบวินัย ไม่เชื่อฟังคำสั่งสอน วันหลังเจ้าไม่ต้องฝึกเฉ่าซูแล้ว ให้เริ่มเขียนจากเสียวข่ายทีละเส้นทีละขีด”
สิ่งที่เจียงเสวี่ยหนิงฝึกมาคือสิงเฉ่า[7]
เสิ่นเจี้ยเป็นผู้สอนสิงเฉ่าให้นางในชาติที่แล้ว
ตอนนั้นทั้งสองคนกำลังข้าวใหม่ปลามัน บุรุษน่ะหรือ ใครบ้างจะไม่ชมชอบสตรี อีกทั้งนางยังเชี่ยวชาญด้านการปรับตัวให้เข้ากับความชอบของผู้อื่น ดังนั้นช่วงที่เพิ่งจะได้เป็นพระชายาของหลินจืออ๋อง ตนจึงแสร้งทำเป็