นชื่นชอบการเขียนอักษร บังคับตัวเองให้ฝึกคัดตัวอักษรข่ายซูอยู่นาน แต่รูปแบบของตัวอักษรสารพัดอย่างนี้ ฝึกไปฝึกมาก็รู้สึกว่าถูกขังอยู่ในกรง ไม่ว่าจะเขียนเช่นไรก็เขียนไม่ได้เรื่องสักที
จวบจนวันนั้น จู่ ๆ เสิ่นเจี้ยก็นึกประหลาดใจถามนางว่าเหตุใดไม่ลองเฉ่าซูเล่า
นับตั้งแต่นั้นก็ไม่อาจหวนกลับไปได้อีกแล้ว
บางครั้งก็ลื่นไหลประดุจสายน้ำและหมู่เมฆบางครั้งก็โอหังไร้ระเบียบแบบแผน ทุกแห่งหนที่จดพู่กัน ห้วงความคิดดั่งกำลังโผบิน นานวันเข้าถึงแม้จะยังไม่เข้าตาทุกคนดังเดิม แต่บางครั้งก็มีบางตัวอักษรที่เขียนแล้วกลับมองเห็นจิตวิญญาณ
ทีแรกเสิ่นเจี้ยยังรู้สึกยินดี
แต่มีอยู่วันหนึ่งเมื่อเห็นประโยค ‘เร่ร่อนเยี่ยงสิ่งใด เช่นนางนวลไซร้บินถลาในโลกหล้า’ ที่นางเขียนก็นิ่งเงียบอยู่นาน อีกทั้งยังมองนางด้วยสายตาแปลกประหลาดครู่หนึ่งด้วย
สายตานั้นทำให้นางลนลานเล็กน้อย ไม่รู้ว่าตนเขียนผิดที่ใด จึงถามเขาว่า ‘เขียนไม่ดีหรือเพคะ?’
เสิ่นเจี้ยกะพริบตาตอบว่า ‘เปล่า ดีมาก’
ขณะนั้นเจียงเสวี่ยหนิงรู้สึกงุนงง ถึงแม้จะได้ยินเขาพูดว่าดีมาก แต่ท่าทางกลับเหมือนไม่ค่อยยินดีเท่าไรจึงไม่ฝึกสิ่งนี้อีก
เมื่อเวลาผ่านไป เรื่องนี้ก็ค่อย ๆ เลือนรางแต่บางครั้งเมื่อเห็นเฉ่าซูซึ่งปล่อยอารมณ์ตามอำเภอใจบนภาพอักษรที่มีคนนำมาถวายเป็นบรรณาการ นางก็จะนึกถึงเรื่องในตอนนั้น
เพียงแต่เสิ่นเจี้ยเป็นฮ่องเต้แล้ว นางจึงยิ่งไม่กล้าไต่ถาม
มีเพียงวันหนึ่งที่ส