ว่าไม่ได้รู้จักมักจี่กัน แค่เดินผ่านมาเท่านั้น แม้แต่สหายที่เขารู้จักในยามปกติยังไม่กล้าขอร้องให้เขาในเวลาเช่นนี้เลย ทว่าคนแปลกหน้าที่พบกันโดยบังเอิญกลับเอ่ยปากช่วยเหลือเสียได้
เจิ้งเปั่ารู้สึกว่านั่นคือแสงสว่างซึ่งส่องลอดเข้ามาในซอกหลืบอันแสนจะมืดมิด
แม้ความอบอุ่นจะมีเพียงเล็กน้อย แต่เมื่ออยู่ในวังหลวงอันประหนึ่งดินแดนหนาวเหน็บก็ทำให้นักพเนจรอย่างเขายินดีจะอาศัยความอบอุ่นน้อยนิดในการเชื่อว่า โลกนี้ยังคงมีความเมตตาและความดีอยู่ ทั้งยังเชื่อว่าฤดูวสันต์อันอบอุ่นจะมาเยือนในไม่ช้า
เขารู้สึกปีติยินดีอย่างไม่ทราบสาเหตุจริง ๆ
แต่แล้วคุณหนูรองเจียงซึ่งช่วยเหลือเขาในวันนั้นกลับบอกเขาว่า…
‘ข้าช่วยเจ้าเพราะมีเจตนาไม่บริสุทธิ์’
เจิ้งเปั่างงงันไปชั่วขณะ เกือบตั้งตัวไม่ทันครั้นรู้สึกตัวได้ว่าเจียงเสวี่ยหนิงพูดอะไรออกมาดวงใจก็เหมือนมีบางอย่างร่วงหล่นเบา ๆเขามองเจียงเสวี่ยหนิงด้วยท่าทางตะลึงงัน ไม่อาจเปล่งวาจา
เจียงเสวี่ยหนิงกลับถามว่า “ผิดหวังหรือ?”
‘ผิดหวัง?’
‘อาจไม่ถึงขั้นนั้นก็ได้’
ทว่าสุดท้ายก็บังเกิดความรู้สึกอ้างว้างอันไม่อาจปฏิเสธ เพราะอย่างไรเสียเขาก็นึกว่าสตรีนางนี้ต่างจากผู้อื่นในวังหลวง
เจิ้งเปั่าตอบช้า ๆ “ท่านทำให้ข้างุนงงอยู่บ้าง”
เจียงเสวี่ยหนิงบอกไม่ถูกเช่นกันว่าเหตุใดชั่วขณะนั้นตนต้องหลุดปากพูดประโยคดังกล่าวออกไป คงเพราะยังรู้สึกว่าตัวเองไม่คู่ควรกับคำขอบคุณของอีกฝั่ายกระมัง
นางค