ลี่ยิ้มอย่างงดงาม “แสดงว่าเจ้ามาตอบแทนบุญคุณหรือ?”
เจิ้งเปั่าตอบ “เดิมทีตั้งใจจะทำเช่นนั้นขอรับ”
เจียงเสวี่ยหนิงเลิกคิ้วเล็กน้อย “ตอนนี้เล่า?”อาจเพราะนางผ่อนคลายมากเกินไป จึงทำให้ผู้อื่นผ่อนคลายตามโดยไม่รู้ตัว เจิ้งเปั่ารู้สึกว่าจิตใจอันหนักอึ้งของตนผ่อนคลายลงไปมากอย่างน่าประหลาด ยามจ้องมองเจียงเสวี่ยหนิงถึงพบว่านางกำลังมองเขาด้วยสายตาจริงจัง
เขาเคยเห็นสายตาเช่นนี้มาก่อน
เฉกเช่นวันที่นางช่วยเขา เป็นความงามพิลาสเฉิดฉันซึ่งแอบซ่อนหนามอันแหลมคมเอาไว้
เขาพลันงุนงงชั่ววูบหนึ่ง ‘เหมือนกันที่ไหนกันเล่า ทุกคนที่อยู่ในวังต่างต้องการแนบหน้ากากอันหนาเตอะลงบนใบหน้าชั้นแล้วชั้นเล่า เอาให้ผู้อื่นมองตนไม่ออกถึงจะดี ทว่าสตรีตรงหน้ากลับจริงใจ บอกเขาอย่างเปิดเผยว่าสาเหตุที่ช่วยเขาเป็นเพราะมีวัตถุประสงค์อื่น’
หากทุกคนในวังหลวงต่างเปิดเผยเช่นนี้กันหมด ไหนเลยยังจะเกิดเรื่องสกปรกโสมมได้อีก
เขาอดหัวเราะไม่ได้ ดวงตาหยักโค้งราวกับจันทร์เสี้ยวสองดวง “ท่านช่วยข้าไปแล้ว หากไม่บอกก็แสดงว่ามีเจตนาไม่บริสุทธิ์จริง ๆ แต่ในเมื่อพูดจากปาก แสดงว่าท่านมีเจตนาบริสุทธิ์”
เจียงเสวี่ยหนิงผงกศีรษะ “ก็จริงของเจ้าสาเหตุที่ข้าอยากสร้างบุญคุณกับเจ้า นั่นเพราะอยากให้เจ้าทำงานให้ข้า”
เจิ้งเปั่านิ่งอึ้ง “ท่านช่างเปิดเผยยิ่งนัก”
เจียงเสวี่ยหนิงเพียงส่งเสียงอู้อี้ “นั่นเพราะเจ้ายังไม่เคยเห็นข้าตอนทำตัวจอมปลอมน่ะสิ”
เสียงที่เอ่ยคำพ