ลับรู้สึกเศร้าใจอย่างน่าประหลาด
เขาเข้าวังมานานหลายปี ถูกวังหลวงแห่งนี้กำราบจนเชื่องเสียแล้ว ต่อให้ไม่ได้คิดจะทำร้ายผู้ใด แต่ก็กลัวหน้าต่างมีหูประตูมีช่องอยู่ดี
คุณหนูรองเจียงที่อยู่ตรงหน้าย่อมมีสิทธิ์มีเสียงต่อหน้าพระพักตร์องค์หญิงใหญ่เล่อหยางมิหนำซ้ำยังเป็นที่โปรดปรานของพระองค์ด้วยแต่ชีวิตในวังหลวงวันหนึ่งอาจมีเกียรติยศและศักดิ์ศรี แต่อีกวันอาจถูกลบหลู่เหยียดหยามก็ได้เรื่องเช่นนี้ย่อมพบเห็นได้ทั่วไป
ฉะนั้นเตรียมการเผื่อเอาไว้ล่วงหน้าจะผิดอันใดกันเล่า
ยิ่งไปกว่านั้นไม่ว่าจะเกิดจากวัตถุประสงค์ใดก็ตาม ผลลัพธ์ก็ยังเป็น การที่อีกฝั่ายช่วยเขาเอาไว้จริง เจิ้งเปั่าพบว่าตนเอ่ยปากปฏิเสธได้ยากเย็น หรือแท้จริงแล้วอาจเป็นเพราะใจเขาบอกตัวเองว่าไม่อยากปฏิเสธเองก็ได้แสงตะวันยามพลบค่ำจากทางทิศประจิมส่องลอดผ่านเมฆครึ้มทอดลงบนกำแพงวังสีชาดจากนั้นก็หักเหสะท้อนเป็นสีแดง อาบไล้ใบหน้าสะอาดสะอ้านที่ยังหลงเหลือบาดแผลของเขาแม้แต่คิ้วและดวงตาก็ยังแฝงความอ่อนโยนราวกับถูกหลอมละลาย
เจียงเสวี่ยหนิงพลันพบว่าขันทีหนุ่มผู้นี้หน้าตาหล่อเหลายิ่งนัก
เจิ้งเปั่าขบคิดอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นจึงตอบกลับไปว่า “ท่านเป็นผู้มีพระคุณของข้า หากมิได้คิดจะทำร้ายผู้ใดจริง แล้วเจิ้งเปั่าจะมีเหตุผลใดที่ไม่ช่วยเหลือกันเล่า?”
‘นี่เขาตอบรับแล้วหรือ’ แม้จะอยู่ในความคาดหมาย แต่ก็คิดไม่ถึงว่าจะง่ายดายถึงเพียงนี้ดวงตานางฉาบความยินดีอยู่หลายส่