วน แต่สุดท้ายก็ได้สติคืนกลับมา “ข้าช่วยเจ้าด้วยเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์ หาใช่คนดิบดีอะไรไม่ เช่นนี้ก็ถือว่าเป็นผู้มีพระคุณของเจ้าได้ด้วยหรือ?”
ทว่าเจิ้งเปั่ากลับจ้องมองนางพลางหัวเราะ“มีเรื่องบางอย่างควรดูที่การกระทำหาใช่ดูที่จิตใจไม่ หากดูที่จิตใจ บนโลกนี้ยังจะมีคนดีอยู่อีกหรือขอรับ?”
‘หากดูที่จิตใจ บนโลกนี้ยังจะมีคนดีอยู่อีกหรือ?’
เมื่อเจียงเสวี่ยหนิงได้ยินก็ค่อย ๆ นิ่งอึ้ง
เวลานี้เจิ้งเปั่ารู้สึกว่านางเผยสีหน้าอ้างว้างออกมาเล็กน้อย ประหนึ่งกำลังจมดิ่งในห้วงความทรงจำที่ไม่อาจหลุดพ้นบางอย่าง ทว่าสุดท้ายแล้วนางกลับผุดรอยยิ้มบนริมฝีปาก จุดท้ายสุดของความอ้างว้างจึงบังเกิดความงามอันทรงเสน่ห์ขึ้นมาไม่น้อย ถึงขั้นมีความภาคภูมิใจคล้ายรู้สึกเป็นเกียรติแฝงอยู่ด้วย
นางบอกเขาด้วยความมั่นใจ “มี”
เจิ้งเปั่าตะลึงงัน “ผู้ใด?”
เจียงเสวี่ยหนิงรู้สึกดีใจอย่างประหลาด เอามือไพล่หลังเดินขึ้นหน้าไปสองก้าว จากนั้นจึงหยุดฝีเท้าอีกครา เมื่อหมุนกายกลับมา บนใบหน้าก็ปรากฏรอยยิ้มเพริศพราย นางเพียงพูดว่า “วันหน้าหากมีโอกาสจะลองพาเจ้าไปพบดู”
แสงอาทิตย์บนฟากฟั้ามืดครึ้มลงแล้ว ห่มคลุมเหนือพระราชวังอันยิ่งใหญ่
แต่ฝีเท้าของสาวน้อยขณะกำลังย่างก้าวบนเส้นทางภายในวังหลวงกลับดูปราดเปรียวและกระฉับกระเฉง
เจิ้งเปั่ามองเงาหลังที่ค่อย ๆ ไกลห่างของนางไม่รู้ว่ายิ้มตามตั้งแต่เมื่อไร เขาพลันคิดขึ้นมาได้ว่า‘ผู้ที่ทำให้ดรุณีน้อยแสดงควา