้านจะถูกด่าทอเขาจึงหัวเราะขึ้นมา ก่อนจะกล่าวอย่างใจกว้างว่า “หลายเดือนมานี้เหยียนผิงอ๋องทำการบ้านไม่เลว ผลการเรียนท่ามกลางคนรุ่นเดียวกันก็ถือว่าไม่เป็นสองรองใคร ต่อให้งานเขียนยังมีจุดไม่สมบูรณ์พร้อมอยู่บ้าง คิดว่าพระบิดาของพระองค์คงไม่ถือสาเช่นกัน ทว่าในเมื่อท่านอ๋องถึงกับขอร้องกระหม่อมด้วยพระองค์เอง คนแซ่เซี่ยก็ใคร่รู้พัฒนาการในช่วงนี้ของพระองค์เช่นกัน เพียงแต่ตำหนักเฟิงเฉินเป็นสถานที่ที่ใช้ถวายการบรรยายแด่องค์หญิงใหญ่ การที่พวกท่านทั้งหลายอยู่ที่นี่เกรงว่าจะไม่สะดวก ดังนั้นย้ายไปที่หอเหวินยวนแล้วค่อยว่ากันเถอะ”
ทุกคนต่างตอบว่า “ขอรับ”
เหยียนผิงอ๋องเผยสีหน้ายินดีทันที พูดเร็วปรื๋อว่า “รบกวนเซียนเซิงแล้ว”
เซี่ยเวยวางด้ายสีหมึกที่พันอยู่บนนิ้วด้วยท่าทางสบาย ๆ บอกเพียงว่าตนยังต้องเก็บข้าวของที่ตำหนักข้างแล้วถึงค่อยไป ให้ทุกคนไปยังหอเหวินยวนก่อน ส่วนเขาจะตามไปทีหลัง
ทุกคนจึงเดินจากไปอย่างสรวลเสเฮฮา
ทว่าขณะที่พวกเขาเดินไปจนถึงประตู เซี่ยเวยก็ร้องเรียก “ข้ากำลังเลือกไม้สำหรับทำพิณ มีหลายชิ้นไม่ได้ใช้แล้ว พอจะเชิญเยี่ยนซื่อจื่อให้รั้งอยู่ต่อเพื่อช่วยขนย้ายสักหน่อยได้หรือไม่?”
เยี่ยนหลินนิ่งอึ้ง ฝีเท้าพลันหยุดชะงัก ตอบกลับทันใด “ยินดีทำงานเพื่อเซียนเซิงขอรับ”
ทุกคนหันกลับไปมองทีหนึ่งและไม่ได้คิดอะไรมาก กล่าวลาเยี่ยนหลินแล้วเดินจากไปด้านเยี่ยนหลินซึ่งรั้งอยู่ต่อครั้นเดินกลับเข้าไปในตำหนัก