ใหม่อีกหนก็พลันฉุกคิดขึ้นมาได้ ไม้ที่ใช้ทำพิณของเซี่ยเซียนเซิงได้ยินว่าทางสำนักพระราชวังช่วยเลือกเฟั้นให้โดยเฉพาะ ไม้ส่วนที่เหลือจะต้องส่งคืนสำนักพระราชวัง ยามนี้นอกประตูตำหนักมีขันทีน้อยยืนอยู่ เพราะฉะนั้นการให้ขันทีน้อยเป็นผู้ทำหน้าที่ดังกล่าวย่อมเหมาะสมที่สุด แล้วไฉนเซี่ยเซียนเซิงจึงต้องให้ตนเป็นคนช่วยขนย้ายด้วยเล่า
เซี่ยเวยกลับไม่แสดงออกอะไร ชี้ไม้จวี่[1]สองชิ้นตรงมุมโต๊ะตัวยาวพร้อมพูดว่า “สองชิ้นนั้นไม่ใช้แล้ว รบกวนเยี่ยนซื่อจื่อด้วย”
เยี่ยนหลินจึงเดินเข้าไปเพียงแต่ขณะผ่านด้านข้างโต๊ะพิณ มองแวบเดียวเขาก็จดจำเจียวอันที่วางอยู่บนโต๊ะได้ นั่นคือคันที่เขามอบให้เจียงเสวี่ยหนิง ใจพลันปวดแปลบ แม้แต่ฝีเท้ายังหยุดชะงัก
สายตาเซี่ยเวยไปอยู่ที่พิณเช่นกัน เขาเอ่ยขึ้นมาว่า “คุณหนูรองหนิง …คุณหนูรองเจียงถึงแม้จะดื้อรั้นซุกซนไปบ้างและการเรียนก็ไม่ค่อยโดดเด่น แต่ยามอยู่ต่อหน้าข้ายังถือว่าเฉลียวฉลาดพอสมควร ทั้งยังเป็นคนที่นับได้ว่ายอมอดทนร่ำเรียนตำรา เมื่อครู่นางมาเรียนพิณและเพิ่งจะไปจากที่นี่ กับเรื่องนี้เยี่ยนซื่อจื่อพอจะเบาใจได้บ้าง”
ย้อนไปเมื่อหลายวันก่อน ตอนนั้นเยี่ยนหลินยังไม่รู้ว่าจวนหย่งอี้โหวกำลังจะเกิดเรื่องดังนั้นพอคิดว่าหนิงหนิงจะเข้าวังมาเป็นพระสหายร่วมศึกษาก็ยินดีปรีดา อีกทั้งกลัวว่านางจะไม่ผ่านการคัดเลือก ด้วยเหตุนี้หลังจากจบการบรรยายประจำวันที่หอเหวินยวนเขาจึงแอบมาขอร้องเซี่ยเซี