วมศึกษา
จะละเลยไม่ปรนนิบัติผู้ใดก็ได้ แต่ไม่มีทางกล้าละเลยนางเด็ดขาด
เพียงแต่พวกนางเข้าวังมาเป็นพระสหายร่วมศึกษา ไม่ได้มาเสพสุข หากได้รับการปรนนิบัติดีมากไปก็ออกจะฟังดูเกินไปบ้าง อีกทั้งตั้งแต่อดีตกาลมาก็ไม่เคยมีตัวอย่างว่าจะต้องเอาอกเอาใจพระสหายร่วมศึกษาเลยแม้แต่น้อย
คำกล่าวขององค์หญิงใหญ่ทำให้พวกเขากลุ้มใจแทบตายแต่เมื่อถึงต้นยามเซิน[1] ข้าวของเครื่องใช้ใหม่ ๆ ก็ถูกส่งมาจากสำนักพระราชวังไม่ขาดสายราวกับสายน้ำไหล ขันทีผู้ดูแลมีใบหน้ายิ้มแย้มประหนึ่งฉาบน้ำผึ้ง กล่าวกับเจียงเสวี่ยหนิงว่า “องค์หญิงใหญ่มีรับสั่งให้ตกแต่งห้องของคุณหนูรองเจียง พวกบ่าวมิกล้าทำอย่างขอไปทีข้าวของเครื่องใช้ทุกอย่างรวมทั้งผ้านวมจึงเปลี่ยนเป็นของชั้นดีทั้งหมด ท่านลองดูสิขอรับ”
ในระหว่างนี้ทุกคนภายในเรือนหยางจื่อกำลังวิพากษ์วิจารณ์เรื่องที่พบเยี่ยนหลินในวันนี้อยู่พอดี
ด้วยความสัมพันธ์ที่สนิทสนมกันของเยี่ยนหลินกับเจียงเสวี่ยหนิง มิหนำซ้ำเยี่ยนหลินกำลังจะเข้าพิธีสวมกวาน อีกไม่นานจะสามารถหารือกันเรื่องงานวิวาห์ได้แล้ว ความสัมพันธ์ของพวกเขาจึงไม่จำเป็นต้องปิดบังมากเท่าใดนัก หากจะถูกคนกระเซ้าเย้าแหย่สักสองสามประโยคก็ไม่ถือเป็นเรื่องใหญ่อะไร นอกจากนั้นแล้วสาเหตุที่ทุกคนกริ่งเกรงเจียงเสวี่ยหนิงอยู่สามส่วนมาโดยตลอดก็เป็นเพราะคาดเดาได้ถึงการแอบตกลงเรื่องวิวาห์กันของจวนตระกูลเจียงกับจวนหย่งอี้โหวนั่นเอง
คิดไม่ถึงว่าเยี่ยน