ต้องสะท้อนใจมากเพียงใด
บทที่ 37 แม่พระ (3)“ต้องรู้ว่าหากต้องการจะทำสิ่งใดให้สำเร็จไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่แน่ว่าระหว่างทางอาจประสบความสิ้นหวังที่เดินจนถึงทางตันตั้งมากมาย แต่ถ้ากัดฟันอดทนต่อไปได้ถึงจะรู้ว่า ‘เมื่อมองผ่านเงาหลิวบุปผาบานก็พลันได้พบหมู่บ้านใหม่[1]’ ”เจียงเสวี่ยหนิงจ้องมองโหยวฟางอิ๋น เล่าเรื่องที่แฝงความหมายลึกซึ้งแก่นาง “ในเมื่อเหรินเหวยจื้อกล้าหยิบยืมเงินจำนวนมากขนาดนี้ ทั้งยังบอกว่าตนเองจะเปิด ‘บ่อร้าง’ ได้ คิดว่า‘เครื่องขุดบ่อ’ ที่ว่าจะต้องใช้งานได้แน่นอน หากเขามีทรัพย์เพียงพอ ชิงฉวยโอกาสก่อน ซื้อ ‘บ่อร้าง’ ที่นาเกลืออื่นไม่ต้องการเอาไว้เสีย จากนั้นก็ใช้ ‘เครื่องขุดบ่อ’ สูบน้ำเกลือเพื่อนำมาผลิตเกลือ มีแต่สวรรค์ที่จะรู้ว่าจะเกิดเป็นกิจการใหญ่โตสักเพียงใด”สูบน้ำเกลือผลิตเกลืออะไรกัน โหยวฟางอิ๋นฟังแล้วสับสนงุนงงอยู่บ้าง
แต่นี่ไม่อาจทำให้นางไม่เข้าใจประเด็นสำคัญที่แฝงในคำพูดของเจียงเสวี่ยหนิง
นั่นก็คือ…
เหรินเหวยจื้อผู้นี้เป็นคนมีความสามารถ หากมอบเงินลงทุนให้เขา ต่อให้ระหว่างนั้นอาจต้องขาดทุนจำนวนมาก แต่ขอเพียงกัดฟันทนต่อไปย่อมเบิกฟั้าใหม่ได้!
เจียงเสวี่ยหนิงรู้ว่าอย่างน้อยโหยวฟางอิ๋นก็เข้าใจส่วนที่เป็นประเด็นสำคัญมากที่สุดแล้ว นางกลอกตาเล็กน้อย นึกถึงโหยวเย่ว์ขึ้นมา จึงกล่าวเตือนสติฟางอิ๋นด้วยท่าทางห่วงใยเหลือคณา“ข้อมูลคราวนี้ข้าได้มาอย่างยากลำบาก เจ้าห้ามโพนทะนาไปทั่วอีก