หนูรองดีต่อข้าจากใจจริง กลัวว่าคุณหนูรองจะเข้าใจผิดจนเกิดความบาดหมางกับพี่หญิงรองเอาได้ อย่างไรเสียก็ได้ยินมาว่าคุณหนูรองกับพี่หญิงรองต่างก็ต้องเป็นพระสหายร่วมศึกษาขององค์หญิงภายในวังหลวง วันหน้าย่อมมีโอกาสเจอหน้ากันเสมอ สมควรปรองดองกันเอาไว้ พี่หญิงรองของข้านี้ นางร้ายกาจมาก…”
ร้ายกาจ
‘ร้ายกาจ’ เสียจนแม้ว่าจะถูกนางจับกดอ่างเลี้ยงปลาก็ยังไม่กล้าโต้เถียงสักคำน่ะหรือ
เจียงเสวี่ยหนิงยิ้มหยันในใจ แววตาขยับไหววูบเล็กน้อย พลันเอ่ยถามว่า “เจ้ากลัวว่าหากข้าเข้ามายุ่งเรื่องนี้อาจจะผิดใจกับพี่หญิงรองของเจ้าทำให้ไม่อาจใช้ชีวิตในวังหลวงได้อย่างมีความสุขเช่นนั้นหรือ?”
โหยวฟางอิ๋นตะลึงงันในบัดดล ผ่านไปเนิ่นนานถึงก้มหน้าลงช้า ๆ “ใช่เจ้าค่ะ”
เจียงเสวี่ยหนิงเงียบงัน
โหยวฟางอิ๋นกลัวอีกฝั่ายจะโมโห และอาจเพราะความเสียใจกำลังก่อตัวนางจึงรีบอธิบายด้วยความลนลาน “พี่หญิงรองของข้าตอนอยู่บ้านเป็นที่รักใคร่ของท่านพ่อท่านแม่มาก อีกทั้งค่อนข้างอารมณ์ร้าย ได้ยินว่างานเลี้ยงเทศกาลฉงหยางวันนั้นแม้แต่เยี่ยนซื่อจื่อจากจวนหย่งอี้โหวและหลินจืออ๋องก็มาเยือน มิหนำซ้ำองค์หญิงใหญ่ที่เสด็จมาจากวังหลวงยังทรงเลือกภาพวาดที่นางวาดเป็นอันดับหนึ่งด้วย ข้าคิดว่านางคงเป็นที่พอพระทัยขององค์หญิงใหญ่มาก หะ หากเพราะเรื่องเข้าใจผิดเพียงเล็กน้อยของข้าทำให้คุณหนูรองกับพี่หญิงรองของข้าบาดหมางกันฟางอิ๋นก็ไม่กล้าคิดและรู้สึกไม่ดีเลยจริง ๆ