…”
เจียงเสวี่ยหนิงเกือบหลุดหัวเราะ
แม่นางคนนี้ช่างดูสถานการณ์ไม่ออกเสียจริงยังคงเห็นโหยวเย่ว์เป็นบุคคลที่น่ากลัวที่สุดและร้ายกาจที่สุดในชีวิตดังเดิม ถึงกับกลัวว่านางจะถูกโหยวเย่ว์รังแก ถึงได้ยอมสะกดกลั้นความอยุติธรรมและกล้ำกลืนความขุ่นเคืองเพื่อความปรองดอง
เป็นคนจำพวกที่ต้องใช้ชีวิตเป็นที่รองรับโทสะของผู้อื่นโดยแท้
เห็นแล้วน่าโมโหอยู่บ้างจริง ๆ
ทว่าโหยวฟางอิ๋นก็อยากปกปั้องเจียงเสวี่ยหนิงจากใจจริง ยอมอดทนต่อความอยุติธรรมที่ตนเองได้รับ แต่ไม่ยอมให้นางรู้ว่าโหยวเย่ว์วางอำนาจบาตรใหญ่ยามอยู่ในจวน ด้วยกลัวจะทำให้นางเดือดร้อน
เจียงเสวี่ยหนิงและโหยวเย่ว์ไม่ได้มีความแค้นกันแค่เรื่องนี้เรื่องเดียวเสียหน่อย ยามนี้นิ้วมือเรียวยาวของนางแตะมุมโต๊ะเบา ๆ แล้วลากวนอย่างแช่มช้า เกิดแผนการขึ้นภายในใจทันที
ดวงตาซึ่งมองอยู่แต่เดิมค่อย ๆ เคลื่อนลงต่ำ
นางถอนหายใจแผ่วเบา คล้ายกำลังนึกถึงเรื่องที่ไม่อาจทนรับได้บางอย่าง มุมปากประดับรอยยิ้มขมขื่นสมจริง “มันก็ใช่อยู่หรอกนะ พี่หญิงรองของเจ้าได้รับความโปรดปรานจากองค์หญิงใหญ่จริง ๆ นางร้ายกาจมาก ร้ายกาจเหลือเกิน…”
เดิมทีโหยวฟางอิ๋นยังรู้สึกประหม่า กลัวว่าเจียงเสวี่ยหนิงจะไปมีเรื่องกับโหยวเย่ว์ เมื่อเห็นนางมีสีหน้าท่าทางห่อเหี่ยวกะทันหันก็ใจสั่นสะท้าน โพล่งออกไปว่า “นาง นางรังแกคุณหนูรองหรือเจ้าคะ?”
เจียงเสวี่ยหนิงจับมุมโต๊ะ ก้มหน้างุด ทว่ามืออีกข้างกลับกำจนแน่นอ