วิตนี้ไปเสียแล้ว
แต่บัดนี้พี่หญิงรองของนางไม่เพียงรังแกนางแต่กลับไปรังแกคุณหนูรองด้วย
นิ้วมือซึ่งวางอยู่ข้างกายและถูกห่มคลุมอยู่ใต้แขนเสื้อกำจนแน่นอย่างเงียบเชียบ
ดวงตาทั้งสองข้างของโหยวฟางอิ๋นพลันแดงก่ำ
ร่างกายนางกำลังสั่นเทิ้มเบา ๆ แต่อาการสั่นเทิ้มเช่นนี้ต่างกับสิ่งที่เคยเกิดขึ้นโดยสิ้นเชิงเมื่อก่อนเป็นเพราะความหวาดกลัว ทว่ายามนี้ถึงแม้ความหวาดกลัวจะยังไม่เลือนหาย แต่กลับเพิ่มความเดือดดาลที่ไม่ทราบสาเหตุขึ้นมาอีกประการยามนี้เจียงเสวี่ยหนิงถึงค่อยเงยศีรษะ เคลื่อนสายตามองนางอีกครั้ง ก่อนจะยกมุมปาก เผยรอยยิ้มให้โหยวฟางอิ๋น
ยิ่งเจิดจ้ามากเท่าใด แต่เมื่ออยู่ในสายตาโหยวฟางอิ๋นก็ยิ่งเสียดแทงนัยน์ตามากเท่านั้น
เจียงเสวี่ยหนิงยื่นมือไปดึงตัวให้นางนั่งลงอีกครา แววตากอปรรอยยิ้มอันล้ำลึก ทว่ากลับพูดปลอบใจด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “เฮ้อ ต้องโทษข้าอยู่ดีไม่ว่าดีพูดเรื่องอะไรก็ไม่รู้ ถึงอย่างไรคนที่ไม่ได้รับความโปรดปรานจากครอบครัว ทั้งไม่ได้รับความชื่นชอบจากผู้สูงศักดิ์ภายในวังเช่นข้าย่อมเทียบพี่หญิงรองของเจ้าไม่ได้อยู่แล้ว คงเพราะข้าไปล่วงเกินสิ่งต้องห้ามอะไรบางอย่างของนางเข้าโดยไม่ได้เจตนากระมัง อยู่ในวังไหนเลยจะไม่เกิดเรื่องที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมเล่า?ข้าเพียงต้องอดทนก็พอ นับไปนับมาก็แค่ครึ่งปีเอง”
โหยวฟางอิ๋นนั่งลง ทว่าดวงตาทั้งสองข้างหลุบต่ำ ร่างกายปราศจากความผ่อนคลายแม้แต่น้อย ตรงข้ามกลับเกร็