ซึ้งผาดหนึ่งก่อนจูงมือเสิ่นจื่ออีเดินจากไปเนื่องจากงานเลี้ยงของจวนชิงหย่วนปั๋อดำเนินมาถึงช่วงท้ายแล้ว อีกทั้งองค์หญิงใหญ่เล่อหยางและคุณหนูใหญ่จวนกั๋วกงยังบังเอิญมาเยือนอีก สองพี่น้องโหยวซวงและโหยวเย่ว์จึงฉวยโอกาสเต็มที่ เชิญให้ผู้มาเยือนทั้งสองเป็นกรรมการตัดสินและขานชื่อผู้ชนะจากการแต่งกลอนและวาดภาพของงานเลี้ยงชมดอกเบญจมาศในวันนี้
เซียวซูยอดเยี่ยมทั้งโคลงกลอนและภาพวาดฉะนั้นจึงดูผ่านตาทีละชิ้น
สุดท้ายก็หารือกับเสิ่นจื่ออีรอบหนึ่ง แล้วให้เสิ่นจื่ออีขานภาพ ‘เบญจมาศผ่ายผอม’ ของโหยวเย่ว์ให้เป็นอันดับหนึ่งด้านภาพวาด และขานกลอน ‘ฝากความคำนึง ณ ฉงหยาง’ ของคุณหนูตระกูลฝาน บุตรีหัวหน้าสภาฮั่นหลิน[1]ให้เป็นอันดับหนึ่งด้านโคลงกลอน
คุณหนูตระกูลฝานอยู่ในตระกูลที่สืบทอดการศึกษาตำรับตำราและโคลงกลอน ถือว่าเป็นเรื่องที่แน่นอนอยู่แล้ว
ในที่สุดโหยวเย่ว์ก็ได้รับผลตอบแทนจากความลำบากพากเพียรที่ฝึกฝนทักษะการวาดภาพมานานหลายปี มิหนำซ้ำองค์หญิงใหญ่เล่อหยางยังเป็นผู้ขานชื่อเองด้วย นางจึงพลันแสดงความยินดีอย่างออกหน้าออกตา ปลื้มปีติจนแทบหลั่งน้ำตา
เจียงเสวี่ยหนิงทั้งวาดภาพไม่เป็นและเขียนอักษรไม่ได้ เพียงชมดูอยู่ด้านข้างตั้งแต่ต้นจนจบครั้นเห็นว่าทุกอย่างเสร็จสิ้นรวมทั้งรอให้เสิ่นจื่ออีและเซียวซูจากไปแล้ว จึงเป็นผู้กล่าวคำอำลาและจากไปเป็นคนแรก
——————–
1. สภาฮั่นหลิน เป็นหน่วยงานรวมบัณฑิตที่มีความสามารถ บัณฑิตฮั่น