ิดแล้ว ใบหน้าหมดจดพลันยื่นออกมามองเห็นถังเอ๋อร์ก่อน จากนั้นก็เห็นเจียงเสวี่ยหนิงซึ่งอยู่ด้านหลังถังเอ๋อร์ รู้สึกว่าถึงแม้จะไม่ได้แต่งกายหรูหรา ทว่าก็ไม่เหมือนผู้มีสถานะธรรมดาสามัญ นางจึงรู้สึกลังเลเล็กน้อยไปชั่วขณะ “ท่านคือ?”
เจียงเสวี่ยหนิงไม่ตอบ แต่กลับถามว่า “ใต้เท้าโจวไม่อยู่บ้านหรือ?”
สตรีหน้าตาหมดจดผู้นั้นตอบว่า “วันนี้ใต้เท้าออกไปที่กองบัญชาการตั้งแต่เช้าแล้วเจ้าค่ะ ไม่รู้ว่าจะกลับมาเมื่อใด หากแม่นางมีธุระด่วนต้องการพบ ไม่สู้เข้ามานั่งในเรือนก่อน บ่าวจะบอกให้คนไปแจ้งข่าวให้ท่าน เพียงแต่ใต้เท้าจะกลับมาหรือไม่ บ่าวไม่ทราบจริง ๆ เจ้าค่ะ”
เจียงเสวี่ยหนิงคิดไม่ถึงว่านางจะต้องรอ
แต่มาถึงแล้วทั้งที จะมาเสียเที่ยวเปล่าได้อย่างไร
หลังจากขบคิดครู่หนึ่ง นางจึงผงกศีรษะ
หญิงสาวเปิดประตูและถอยออกไปสองก้าวเชิญนางและสาวใช้เข้ามา จากนั้นก็เดินไปถึงลานเรือนขนาดย่อม เรียกเด็กชายที่กำลังแปรงขนม้าอยู่กลางลานแล้วบอกว่า “หนานโจว ไปหาใต้เท้าที่กองบัญชาการหน่อย แจ้งว่ามีแขกมาหาที่บ้านมีเรื่องด่วนต้องการจะพบท่าน”
เด็กชายที่ถูกเรียกว่าหนานโจววางแปรงและตั้งท่าจะออกไป
เจียงเสวี่ยหนิงมุ่นคิ้ว พลันบอกให้เขาหยุดแล้วพูดว่า “ไม่ต้อง เพียงบอกใต้เท้าของเจ้าว่าม้าสุดที่รักที่เขาเลี้ยงเอาไว้ล้มปั่วยใกล้จะตาย ขอเชิญเขากลับมาเยี่ยมสักครั้ง”
หนานโจวอดงุนงงสงสัยไม่ได้ มองสตรีผู้นั้นหนหนึ่งสตรีที่อยู่เฝั้าเรือนไม่รู้