สถานะของเจียงเสวี่ยหนิง แต่เห็นว่าอีกฝั่ายไม่เหมือนมาหาเรื่องทั้งยังกลัวทำให้ใต้เท้าเสียงาน ดังนั้นแม้จะลังเล แต่สุดท้ายก็ยังผงกศีรษะ “ให้รายงานไปตามนี้”
คราวนี้หนานโจวจึงจากไป
ตัวเรือนมีขนาดไม่ใหญ่โต รวมแล้วมีแค่สี่ห้าห้องเท่านั้น และมีห้องรับแขกอยู่ที่ห้องโถงกลาง
สตรีผู้นั้นเรียกตนเองว่า ‘เยาเหนียง’ เป็นทาสหญิงที่โจวอิ๋นจือซื้อตัวมา
นางเชิญให้เจียงเสวี่ยหนิงนั่งประจำที่ ก่อนจะชงชายกมาให้ อาจเพราะเพิ่งเคยเห็นบุคคลที่งดงามเฉิดฉันเช่นนี้เป็นครั้งแรก นางจึงวางตัวไม่ถูกและดูแคลนตนเองอยู่บ้าง เพียงกล่าวว่า“เป็นชาใหม่ของปีนี้ ทว่าไม่ค่อยดีเท่าไรนัก หวังว่าท่านจะไม่ถือโทษนะเจ้าคะ”
เจียงเสวี่ยหนิงเคยได้ยินชื่อของเยาเหนียงผู้นี้มาตั้งแต่ชาติก่อนแล้ว
นางเป็นหนึ่งในอนุภรรยาข้างกายโจวอิ๋นจือเพียงไม่กี่คนที่ได้รับความโปรดปรานมานานหลายปี
และมีคนบอกว่าเป็นผู้ที่เขารักมากที่สุดอีกด้วย
ที่แท้ก็อยู่ด้วยกันมานานขนาดนี้ ถือว่าได้พานพบกันยามฐานะต่ำต้อย มิน่าเล่าแม้ภายหลังจะมีอนุภรรยาผู้งดงามและเป็นที่โปรดปรานอีกมากมาย แต่เขาก็ไม่เคยหมางเมินอนุภรรยารูปโฉมธรรมดาคนนี้เลย
เจียงเสวี่ยหนิงตอบว่า “ไม่เป็นไร ข้านั่งเพียงชั่วประเดี๋ยวเดียว หากนายท่านของเจ้าไม่กลับมา อีกไม่นานข้าก็จะไปแล้ว”
นางยกชาขึ้นมาจิบคำหนึ่งเป็นชาอู่หลงต้งติ่ง[1] เมื่อเข้าปากแล้วบังเกิดรสฝาดเจือขมเล็กน้อยจริง ๆ
ช่วงที่นางอยู่ในวังหลวงหลาย