ที่สุดเยี่ยนหลินก็ได้รับโอกาส นำทัพไปปราบความไม่สงบโดยยังมีโทษติดตัว เขาขับไล่ต๋าต๋า บุกเข่นฆ่าจนอี๋ตี๋[2]ไม่กล้าล่วงล้ำดินแดนแคว้นต้าเฉียน ส่งผลให้ได้รับการอวยยศเป็นแม่ทัพ ครอบครองตราพยัคฆ์และกลับสู่เมืองหลวง
จากนั้นก็เป็น ‘ภัยพิบัติ’ ของเจียงเสวี่ยหนิง
นางนึกถึงการพบหน้ากันเป็นครั้งแรกในชาติก่อนของตนกับเสิ่นจื่ออี ตอนนั้นนางปลอมตัวเป็นบุรุษ ต่อมาเมื่อเห็นเสิ่นจื่ออีใส่ใจรอยแผลเป็นบนใบหน้า เจียงเสวี่ยหนิงจึงหยิบพู่กันขนาดเล็กที่ผู้อื่นใช้วาดลวดลายบนโคมไฟมาจุ่มผงดอกอิงเถา[3]เล็กน้อย แล้วนำมาวาดบนรอยแผลใต้ดวงตาข้างซ้ายของอีกฝั่าย
เสิ่นจื่ออีที่เข้าใจผิดว่านางเป็นบุรุษจึงบังเกิดจิตปฏิพัทธ์ต่อนาง
ต่อมาเมื่อรู้ว่านางเป็นสตรีย่อมรับไม่ได้เป็นธรรมดาทว่าก่อนจะไปอภิเษกสมรสเพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรีที่ต๋าต๋า เสิ่นจื่ออีกลับสั่งให้คนเชิญเจียงเสวี่ยหนิงมาแต่งหน้าเหมือนคราวที่พวกนางพบกันครั้งแรกโดยเฉพาะ จากนั้นองค์หญิงผู้นี้ก็นั่งสงบนิ่งเบื้องหน้าคันฉ่อง ทอดสายตามองรูปโฉมอันเพริศพริ้งที่ปรากฏในคันฉ่อง แต่กลับมีน้ำตาสองสายไหลผ่านนวลแก้ม
ครั้นเสิ่นจื่ออีจากไปแล้ว เจียงเสวี่ยหนิงเคยถามตัวเองอยู่หลายคราว่า หากมีโอกาสอีกครั้งเจ้าจะยังแต่งเติมเส้นสายนั้นยามพบหน้ากันเป็นครั้งแรกอีกหรือไม่
ตอนนั้นไร้ซึ่งคำตอบ
นางนึกว่าไม่มีทาง
ทว่าบัดนี้ เมื่อเสิ่นจื่ออีปรากฏอยู่ตรงหน้านางตัวเป็น ๆ อีกและมีโอกาสเช่นนี้อี