นใดนั้น ประกายตื่นตะลึงก็ฉายวาบจากนัยน์ตาเสิ่นจื่ออีโดยไม่อาจปิดบัง แต่ไม่นานก็เปลี่ยนเป็นความอิจฉาแฝงความเศร้าสร้อยเล็กน้อย นางถอนหายใจเบา ๆ คราหนึ่งแล้วเอ่ยว่า “วันนี้ข้ามาเพราะเจ้า”
เจียงเสวี่ยหนิงหนังตาเริ่มกระตุกอย่างรุนแรง
เสิ่นจื่ออีเอ่ยต่อไปว่า “มิน่าเล่า เยี่ยนหลินซึ่งไม่ยอมสยบต่อผู้ใดถึงได้ยอมศิโรราบต่อเจ้า รูปโฉมงดงามถึงเพียงนี้ ต่อให้ข้าเป็นคนเห็นเองยังต้องหวั่นไหวเลย ช่างน่าอิจฉาเสียจริง…”
แท้จริงแล้ววันนี้นางเพิ่งไปร่วมงานเลี้ยงที่จวนเฉิงกั๋วกง แต่ครั้นไปถึงกลับได้ยินว่าเสิ่นเจี้ยซึ่งมีศักดิ์เป็นพี่ชายเดินทางไปยังจวนชิงหย่วนปั๋อเสิ่นจื่ออีติดพี่ชายผู้มีนิสัยอ่อนโยนและอารมณ์ดีเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ต่อมายังได้ยินอีกว่าเยี่ยนหลินที่เป็นเพื่อนเล่นกับนางมาตั้งแต่เล็กก็อยู่ที่นั่นด้วย เมื่อลองถามไถ่ดูถึงได้รู้ว่าเสิ่นเจี้ยไปจวนชิงหย่วนปั๋อเพราะเยี่ยนหลิน ส่วนเยี่ยนหลินก็ไปเพราะคุณหนูจากตระกูลขุนนางบางคน
เมื่อเป็นเช่นนี้นางจึงแปลกใจมาก
ครั้นเห็นว่างานเลี้ยงที่จวนเฉิงกั๋วกงกำลังจะเลิกรา นางจึงลากเซียวซูคุณหนูใหญ่แห่งจวนเฉิงกั๋วกงซึ่งเป็นสหายสนิทของตนมาที่นี่อยากจะดูเสียหน่อยว่า ‘คุณหนูรองเจียง’ ที่คนเขาเล่าลือกันผู้นี้เป็นเทพเซียนจากที่ใดกันแน่
เสิ่นจื่ออีรู้จักนิสัยของเยี่ยนหลินดี แต่ไหนแต่ไรอีกฝั่ายไม่ค่อยให้ความสนใจสตรีมากนักหากทำให้เขาถูกตาต้องใจได้ ย่อมต้องมีสิ่งที่เหนือกว