ปได้ไม่กี่ก้าว ชายหนุ่มซักถามอย่างเป็นกันเอง“คุณมีใบอนุญาตจำหน่ายยาไหม?”ถ้าไม่มี เราต้องโน้มน้าวนักกฎหมายเยอร์เก้นอย่างไร เขาถึงจะยอมให้คุณนายดอริสกินยาพิสดารเข้าปาก…
เอ็มลินแหงนมองฟั้า 45 องศาและพูด“ข้าไม่จำเป็นต้องใช้เศษกระดาษเพื่อพิสูจน์ความยอดเยี่ยมของตัวเอง”ขณะไคลน์กำลังขมวดคิ้ว แวมไพร์หนุ่มเสริมด้วยน้ำเสียงเย็นชา“แน่นอน ต้องมีอยู่แล้ว การทดสอบช่างง่ายดาย ข้ายังไม่ต้องเอาจริงด้วยซ้ำ”…ทำไมฉันถึงรู้สึกว่านายกำลังภาคภูมิใจกับใบอนุญาตเสียเต็มประดา?ไคลน์ยิ้มเงียบเอ็มลินก้มหน้ามองพื้นถนนเปียกด้านล่างพลางส่งเสียงผ่อนคลาย“เจ้ารู้ไหมว่าข้าชอบอะไรในเบ็คลันด์?”“ไม่รู้” ไคลน์ตอบเฉยเมยเอ็มลินยิ้ม
“ท้องฟั้าอันหม่นหมองและเต็มไปด้วยหมอกหนาทึบพวกคอยมันบดบังแสงแดดอย่างมิดชิด ช่วยให้ข้าสามารถออกไปไหนมาไหนตอนกลางวันได้โดยไม่รู้สึกระคายเคือง เมืองนี้ดีไปหมด ยกเว้นอากาศ”นายกำลังจะบอกว่า แสงแดดเป็นอันตรายต่อแวมไพร์จริง?โชคยังดี เมื่อวานเราฉุกคิดได้และไม่ได้พกเข็มกลัดสุริยันติดตัวไปด้วย ไม่อย่างนั้น เราคงหมดสิทธิ์สื่อสารกับเอ็มลิน…ไคลน์กระจ่างไปอีกหนึ่งประเด็นขณะพูดคุยไปเรื่อยเปือย ทั้งสองเดินมาถึงหน้าบ้านของนักกฎหมายเยอร์เก้นไคลน์เดินเข้าไปสั่นกริ่งเพียงไม่นาน ประตูบ้านถูกเปิดออก และคุณนายดอริส ผู้สวมอาภรณ์หนาหลายชั้นแม้จะอยู่ในบ้าน กล่าวด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ“มิสเตอร์นักสืบ เป็นคุณเองหรือ?”
แมวดำโบ