หนูจะกลับมาเยี่ยมบ่อย ๆ นะคะ คุณย่า” น ้าเสียงสะอื้นของเธอทำเอาอันจิ่วเม่ยที่ยืนมองอยู่ได้แต่ส่ายหัวอย่างอ่อนใจย่าอันกอดหลานสาวที่ไม่แท้สายเลือดอย่างอ่อนโยน น ้าตาคลอเบ้าเล็กน้อย “ดูแลสุขภาพด้วยนะเหลียนซิน ว่าง ๆ ก็แวะมาเล่นบ้างหมู่บ้านเรายินดีต้อนรับเสมอ”เธอลูบศีรษะเด็กสาวเบา ๆ แต่เพียงเท่านั้น หมิ่นเหลียนซินที่เพิ่งหยุดร้องไปไม่นานก็สะอื้นเสียงดังขึ้นมาอีกอันจิ่วเม่ยถึงกับต้องใช้เวลาปลอบใจอยู่นานกว่าหมิ่นเหลียนซินจะสงบลง ในใจรู้สึกตื้นตันและเศร้าปนเปกันไป เหลียนซินที่เคยเป็นเพียงคนแปลกหน้า ตอนนี้กลับกลายเป็นเพื่อนสนิทของเธออีกคนหนึ่ง“แล้วปีหน้าเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยไปถึงไหนแล้ว?”อันจิ่วเม่ยถามพลางช่วยเช็ดน ้าตาให้หมิ่นเหลียนซินที่ยังสะอื้นเบา ๆ
หญิงสาวสูดลมหายใจลึกพยายามตั้งสติ ก่อนจะตอบด้วยน ้าเสียงมุ่งมั่น “ฉันตั้งใจว่าจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยปักกิ่ง อยากเรียนด้านเศรษฐศาสตร์ จะได้กลับมาช่วยพัฒนาหมู่บ้านเหมือนเธอ”อันจิ่วเม่ยได้ยินดังนั้นก็ยิ้มออกมาทันที เธอแตะบ่าหมิ่นเหลียนซินเบา ๆ “ดีมากเลยเหลียนซิน ฉันก็เล็งมหาวิทยาลัยปักกิ่งไว้เหมือนกัน อยากเรียนด้านการบริหาร จะได้เอาความรู้มาพัฒนาธุรกิจในหมู่บ้านให้ดียิ่งขึ้น”ดวงตาของหมิ่นเหลียนซินเป็นประกายทันที “จริงเหรอ? ถ้าอย่างนั้นเราก็จะได้ไปเรียนที่เดียวกันน่ะสิ”“ใช่ แต่ก่อนหน้านั้นเราต้องสอบให้ติดก่อนนะ” อันจิ่วเม่ยหัวเราะเบา ๆหมิ่