ตอนนี้ลูกชายของเธอก็ยังติดคุก แถมขาตัวเองก็หักอีก มีโอกาสแบบนี้ก็ถือว่าดีแล้วค่ะ”น ้าเสียงและท่าทางของเธอช่างดูเป็นห่วงเป็นใย ซื่อหงเสียเหลือเกิน จนชาวบ้านแถวนั้นที่ไม่ได้คิดอะไรซับซ้อนอย่าง อันจิ่วเม่ยต่างก็รู้สึกว่าเธอเป็นคนจิตใจดีจริง ๆ ขนาดตัดญาติแล้วก็ยังห่วงใยป้าคนนั้นได้แต่คิดในใจว่า ถ้าซื่อหงไม่ทำตัวเกินเลยอันจิ่วเม่ยคงไม่ตัดญาติกันง่าย ๆ แบบนี้หรอก สงสัยซื่อหงคงบีบคั้นหล่อนหนักจริงๆ“เฮ้อ… เธอเป็นเด็กดีจริงๆ ดีแล้วล่ะที่ตอนนี้ชีวิตดีขึ้นแล้ว ก็ไม่ต้องไปสนใจบ้านหลังนั้นอีก” ป้าคนเดิมพูดพลางถอนหายใจ
อันจิ่วเม่ยยิ้มน้อย ๆ ก่อนจะคุยกับป้าอีกสักพัก แล้วจึงพาสุนัขทั้งสามตัวเดินกลับบ้าน ทิ้งไว้เพียงเสียงชมไม่ขาดปากว่าเธอเป็นคนดีและรู้ความ อันจิ่วเม่ยได้ยินแบบนั้นก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มมุมปากด้วยความพอใจเมื่อกลับถึงบ้าน อันจิ่วเม่ยก็ตรงดิ่งไปดูเต้าหู้ยี้ที่หมักไว้ทันที “ยังกินไม่ได้… ต้องรอให้ได้ที่กว่านี้” เธอพึมพำกับตัวเองเบาๆอันจิ่วเม่ยคิดว่าจะเอาเต้าหู้ยี้ที่หมักเสร็จแล้วไปคุยธุรกิจ เพราะแบบนั้นน่าจะมีโอกาสสำเร็จมากกว่า“ช่วงนี้ว่าง ๆ ไม่มีอะไรทำ ก็เข้าเมืองพรุ่งนี้เลยดีกว่า” อันจิ่วเม่ยพึมพำกับตัวเองเบา ๆเธออยากไปดูธุรกิจของลู่เหอว่าเป็นยังไงบ้าง ถึงแม้ตอนนี้จะยังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม แต่ก็ต้องตามสถานการณ์ให้ทัน ถ้ามีโอกาสเมื่อไหร่ก็จะได้ไม่พลาดด้วยประสบการณ์ในโลกเดิมของเธอ อันจิ่วเ