างหรูได้ยินดังนั้นก็ไม่ว่าอะไรอีก ยังยิ้มพลางพูดติดตลก “ก็จริงนะ พวกเธอคนรุ่นใหม่ก็ควรแต่งตัวให้สดใสหน่อย รอต่อไปมีลูกแล้วอยากแต่งตัวก็ไม่มีเวลาหรอก”ความรู้สึกขมขื่นแล่นผ่านหัวใจของฟางหรู เธอนึกถึงตัวเองเสียงสะอื้นแผ่วเบาดังขึ้นในใจ เมื่อคิดถึงการเสียสละเงินและเวลามากมายเพื่อลูกสาว แต่กลับถูกทิ่มแทงด้วยมีดแห่งความอกตัญญูโอ้! ช่างเป็นบาดแผลลึกที่ไม่อาจเยียวยา
แม้ฟางหรูจะรู้สึกเจ็บปวดแต่เธอก็ยังสวมหน้ากากแห่งความเข้มแข็งไว้อย่างมิดชิด ไม่ให้ใครล่วงรู้ถึงความปวดร้าวในใจทันใดนั้น พนักงานขายที่มารับช่วงต่อก็มาถึงพอดิบพอดี ฟางหรูก็รีบพาอันจิ่วเม่ยไปยังร้านอาหารของรัฐบาล ราวกับหนีออกจากความทุกข์ใจแสงแดดยามเช้าทอประกายอ่อน ๆ ร้านอาหารของรัฐบาลยังคงเงียบสงบ ไร้ผู้คนพลุกพล่าน ฟางหรูและอันจิ่วเม่ยนั่งลงสั่งอาหารบรรยากาศชวนให้พูดคุยอันจิ่วเม่ยจึงพยายามหาหัวข้อสนทนา และแล้วเธอก็พบประเด็นที่น่าสนใจคือ เต้าหู้ยี้! อาหารธรรมดาที่อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของบทสนทนาที่น่าตื่นเต้น“เต้าหู้ยี้หม่าล่า? ไม่มีทางรอดหรอก!” ฟางหรูส่ายหน้าอย่างมั่นใจ ก่อนจะเหลือบมอง อันจิ่วเม่ยด้วยสายตาเป็นห่วง“น้องสาว พี่ขอเตือนด้วยความหวังดีนะ อย่าไปยุ่งกับเรื่องวุ่นวายพวกนี้เลย!”ฟางหรูอธิบายต่อ “ไม่ใช่ว่าชนบทไม่ดีหรอกนะ แต่คนส่วนใหญ่มักมองว่าของจากชนบทไม่สะอาด ไม่ปลอดภัย หัวหน้าของเราคงไม่กล้าเสี่ยงร่วมมือกับเธอแน่ ๆ ”“ถั่วง