ต้องห่วงฉันหรอก”ระหว่างทางอันจิ่วเม่ย เจอกลุ่มสาว ๆ หนึ่งในคือนินทากันอยู่ เธอตั้งใจจะเดินผ่านไป แต่พอได้ยินชื่อ เพ่ยอิง ก็ชะงักทันที ‘อ๊ะ! มีข่าวอะไรน่าสนใจนี่’ เธอจึงแอบเข้าร่วมวงซุบซิบทันที
“หา? พี่อี้ซิน พี่พูดจริงเหรอ? เพ่ยอิงโดนส่งไปจริง ๆ เหรอ?”เสียงของผู้หญิงคนหนึ่ง ถามขึ้นอย่างตื่นเต้นหญิงที่ชื่ออี้ซินเล่าอย่างออกรส “จริงสิ! เมื่อคืนบ้านนั้นวุ่นวายสุด ๆ เพ่ยอิงร้องไห้โวยวายลั่น แต่สุดท้ายก็โดนลากตัวออกไป คงไปซ่อนที่บ้านญาติสักพัก รอให้แม่ของลี่เฟยเลิกคิดเรื่องนี้”สาว ๆ ต่างหันมามองอันจิ่วเม่ยด้วยแววตาอิจฉา“เธอนี่โชคดีจริง ๆ ที่ได้แต่งกับหลี่เจียเฟิ่ง ไม่เหมือนเพ่ยอิงที่โดนหลี่ถังหมายปอง แถมแม่เลี้ยงก็ไม่ช่วย ถ้าเป็นเธอคงโดนตระกูลหลี่จับแต่งไปแล้ว!”อันจิ่วเม่ยยิ้มเจื่อน ๆ ในใจคิด ‘พวกเธอไม่รู้หรอกว่าชีวิตฉันก็ไม่ได้สวยหรูขนาดนั้น!’เสียงซุบซิบนินทาดังขึ้นในหมู่บ้าน “แต่งงานกับหลี่เจียเฟิ่งก็ไม่ได้วิเศษอะไรหรอก! เขาไม่อยู่บ้านทั้งปี มีอะไรเกิดขึ้นก็ช่วยอะไรไม่ได้ แค่ฟังดูดีเท่านั้นแหละ สุดท้ายก็ต้องดิ้นรนเอาตัวรอดเอง”อันจิ่วเม่ยได้ยินแล้วหัวเราะขำ “ใครบ้างไม่ต้องดิ้นรนด้วยตัวเองล่ะ? ฉันยังมีธุระ สนุกกันต่อเถอะจ้ะ”อันจิ่วเม่ยโบกมือลาแล้วเดินจากไปอย่างไม่ใส่ใจ พลางคิดในใจ‘ต้องหาทางให้เพ่ยอิงกลับมา แล้วจับคู่กับหลี่ถังให้ได้ คนเลว ๆควรอยู่ด้วยกัน!’
เมื่อมาถึงบ้านผู้นำหมู่บ้าน กล